แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ  
 
 ทะเลสาบอูเนียงา
ประเทศ :ชาด หลักเกณฑ์: (vii)
  แหล่งนี้รวมทะเลสาบ ๑๘ แห่งเชื่อมโยงต่อกันในดินแดนที่ราบสูงอองเนดีอันแห้งแล้งกันดารของทะเลทรายซาฮารา ครอบคลุมพื้นที่ถึง ๖๒,๘๐๘ เฮกเตอร์ ประกอบด้วยภูมิทัศน์ทางธรรมชาติที่พิเศษด้วยความงามของสีสันและรูปร่างที่สะดุดตา น้ำทั้งในทะเลสาบน้ำเค็ม น้ำเค็มจัดและน้ำจืดไหลลำเลียงมาทางใต้ดินจากสองแหล่งที่ห่างกันถึง ๔๐ กิโลเมตร ทะเลสาบอูเนียงา เกบีร์ ประกอบด้วยทะเลสาบ ๔ แห่ง โยอานเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดครอบคลุมพื้นที่ ๓๕๘ เฮกเตอร์และลึกถึง ๒๗ เมตร น้ำในทะเลสาบที่เค็มมากนี้ มีเพียงพืชทะเลจำพวกเห็ดราและจุลินทรีย์เท่านั้นที่ยังชีพอยู่ได้ กลุ่มที่สองคือทะเลสาบอูเนียงา เซรีล์ ประกอบด้วยทะเลสาบ ๑๔ แห่งแยกจากกันด้วยสันทราย พืชตระกูลต้นหญ้าและอ้อลอยน้ำขึ้นปกคลุมเกือบครึ่งหนึ่งของผิวน้ำทะเลสาบและช่วยลดการระเหยของน้ำด้วย ทะเลสาบเทลี กินเนื้อที่ ๔๓๖ เฮกเตอร์ มีขนาดพื้นผิวใหญ่ที่สุดแต่มีความลึกน้อยกว่า ๑๐ เมตร และด้วยน้ำจืดที่มีคุณภาพดี ทะเลสาบนี้จึงเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลา.
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 สังหะ ไตรภาคี
ประเทศ :คองโก,แคมารูน และ สาธารณรัฐอาฟริกากลาง หลักเกณฑ์: (ix)(x)
  ตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบคองโกทางตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นที่บรรจบกันของประเทศแคมารูน, สาธารณรัฐคองโก,สาธารณรัฐอาฟริกากลาง ตัวแหล่งนี้ห้อมล้อมด้วยอุทยานแห่งชาติ ๓ แห่ง ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า ๗๕๐,๐๐๐ เฮกเตอร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของแหล่งยังไม่ถูกมนุษย์เข้าไปทำกิจกรรมและยังเป็นพื้นที่ระบบนิเวศแบบป่าเขตร้อนชื้นที่อุดมด้วยพันธุ์พืชและสัตว์ รวมทั้งจระเข้แม่น้ำไนล์ ปลาเสือแอฟริกา (Goliath Tigerfish) ซึ่งเป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ป่าไม้เป็นพืชพันธุ์ไม้ชนิดต้นอ่อนพันธุ์ต่าง ๆ และสังหะ (Sangha) นี้เป็นบ้านของประชากรช้างป่า ลิงกอริลลาที่ราบต่ำทางตะวันตกที่อยู่ในภาวะอันตรายอย่างมากและลิงชิมแปนซีซึ่งอยู่ในภาวะอันตรายเช่นกัน สภาพแวดล้อมของแหล่งได้อนุรักษ์ความต่อเนื่องของกระบวนการทางนิเวศวิทยาและวิวัฒนาการไว้ในวงกว้าง และความหลากหลายทางชีววิทยาไว้ รวมทั้งสัตว์ที่อยู่ในภาวะอันตรายหลายสายพันธุ์
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 แหล่งซากดึกดำบรรพ์เฉิงเจียง
ประเทศ :จีน หลักเกณฑ์: (viii)
  เนินเขาบนพื้นที่ ๕๑๒ เฮกเตอร์ในมณฑลยูนนาน แหล่งซากดึกดำบรรพ์เฉิงเจียงเป็นบันทึกของสังคมในทะเลแห่งยุคแคมเบรียนเริ่มแรกที่สมบูรณ์ที่สุด ด้วยพืชและสัตว์ประจำถิ่นที่ถูกเก็บรักษาไว้ได้อย่างพิเศษสุด เผยให้เห็นถึงกายวิภาคของเนื้อเยื่อทั้งอ่อนและแข็งในหลากหลายพันธุ์พืชและสัตว์ ทั้งที่มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลัง มันเป็นบันทึกเริ่มแรกของระบบนิเวศทางทะเลที่ซับซ้อน แหล่งนี้เก็บรักษาข้อมูลของกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมอย่างน้อย ๑๔ กลุ่มและกลุ่มต่าง ๆ ที่ยังเป็นปริศนาอีกกลุ่มหนึ่ง รวมกว่า ๑๙๖ ชนิด เป็นหลักฐานอันพิเศษสุดของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสิ่งมีชีวิตบนโลกเมื่อ ๕๓๐ ล้านปีมาแล้ว เมื่อสัตว์กลุ่มหลัก ๆ เกือบทั้งหมดบนโลกปัจจุบันนี้เริ่มปรากฏขึ้น เป็นการเปิดหน้าต่างทางบรรพชีววิทยาที่สำคัญยิ่งต่อวงวิชาการ
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 กาตส์ตะวันตก
ประเทศ :อินเดีย หลักเกณฑ์: (ix)(x)
  มีอายุเก่ากว่าเทือกเขาหิมาลัย ทิวเขายาวของกาตส์ตะวันตกแสดงถึงความสำคัญของร่องรอยทางธรณีสัณฐานอันกว้างใหญ่พร้อมด้วยกระบวนการชีวกายภาพและนิเวศวิทยา ระบบนิเวศวิทยาของป่าบนเขาสูงของกาตส์ตะวันตกมีอิทธิพลต่อรูปแบบสภาวะอากาศ ฤดูกาลของอินเดีย ภูมิอากาศแบบโซนร้อนที่ร้อนปานกลางของพื้นที่แถบนี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างของระบบมรสุมที่ดีที่สุดบนพื้นพิภพ กาตส์ตะวันตกยังมีความหลากหลายทางชีววิทยาและพืชพันธุ์ประจำถิ่นบนพื้นที่สูงพิเศษ ได้รับการขนานนามว่าเป็น ๑ ใน ๘ จุดที่ร้อนที่สุดของโลก ป่าไม้ในเขตนี้ยังเป็นตัวแทนบางส่วนของความหลากหลายทางชีววิทยานอกเขตเส้นศูนย์สูตรหรือนอกแถบอากาศร้อนที่ดีที่สุด และเป็นถิ่นที่อยู่ของพันธุ์พืช สัตว์ที่ถูกคุกคามอย่างน้อยที่สุด ๓๒๕ สายพันธุ์ทั่วโลก ทั้ง นก สัตว์เลื้อยคลาน และปลาด้วย
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 อุทยานธรรมชาติเสาหินแห่งแม่น้ำลีนา
ประเทศ :สหพันธรัฐรัสเซีย หลักเกณฑ์: (ix)(x)
  อุทยานธรรมชาติเสาหินแห่งแม่น้ำลีนาแสดงให้เห็นด้วยแนวเสาหินที่น่าตื่นตาที่มีความสูงกว่า ๑๐๐ เมตร ตามแนวฝั่งแม่น้ำลีนาทางตอนกลางของสาธารณรัฐซาฮา (ยากูเตีย) เป็นสภาพที่เกิดจากพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแบบภาคพื้นทวีปห่างไกลทะเลที่ร้อนและหนาวจัด ด้วยอุณหภูมิเฉลี่ยของปี สูงเกือบถึง ๑๐๐ องศาเซลเซียส (จาก -๖๐°C ในฤดูหนาว ถึง +๔๐°C ในฤดูร้อน) เสาหินในรูปแบบของตัวค้ำยัน แยกออกจากกันเป็นเอกเทศด้วยทางน้ำไหลลึกและชัน อันเกิดจากน้ำแข็งแตกละเอียดไหลลงมาระหว่างรอยเชื่อมต่อ การแทรกซึมของน้ำจากผิวดินทำให้ง่ายต่อการเกิดกระบวนการทางฟิสิกส์ (freeze-thaw action หรือการผุพังเนื่องจากน้ำแข็งตัว) ซึ่งทำให้ทางน้ำระหว่างเสากว้างขึ้น และเสาแยกออกจากกัน กระบวนการของธารน้ำนี้ยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันต่อเสาหินด้วยเช่นกัน แหล่งนี้ยังรวมไว้ซึ่งซากดึกดำบรรพ์สมัยแคมเบรียนที่สมบูรณ์จำนวนมาก และบางชนิดมีลักษณะพิเศษ
 กลับไปด้านบนสุด
 
  แหล่งมรดกโลกแบบผสม  
 
 หมู่เกาะร็อก ทะเลสาบ/แหล่งน้ำตื้นใต้
ประเทศ :ปาเลา หลักเกณฑ์: (iii)(v)(vii)(ix)(x)
  หมู่เกาะร็อก ทะเลสาบ/แหล่งน้ำตื้นใต้นี้ ครอบคลุมพื้นที่ ๑๐๐,๒๐๐ เฮกเตอร์ และเกาะหินปูนที่เกิดจากภูเขาไฟ ที่กระจัดกระจายนับได้ ๔๔๕ เกาะ เกาะหลายแห่งมีลักษณะรูปทรงเฉพาะคล้ายเห็ด ในทะเลสาบสีเขียวอมฟ้า ล้อมรอบด้วยแนวปะการัง ความสวยตามหลักแห่งความงามของแหล่งนี้ถูกยกระดับให้สูงขึ้นด้วยระบบแนวปะการังที่ซับซ้อน มีร่องรอยปะการังมากกว่า ๓๘๕ ชนิดและมีรูปแบบการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน เป็นที่ธำรงอยู่ของความหลากหลายของพันธุ์พืช นก และสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมทั้งพะยูน และฉลามอย่างน้อย ๑๓ ชนิด หมู่เกาะร็อกเป็นอ่าวที่รับรวมของทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุด ส่วนของน้ำทะเลที่แยกออกมา ตัดขาดจากมหาสมุทรด้วยแนวปะการัง หมู่เกาะร็อกอยู่ท่ามกลางร่องรอยที่มีความพิเศษและธำรงประชากรประจำถิ่นชั้นสูง ที่ซึ่งยังคงให้ผลลัพธ์เพื่อการค้นหาพืชสัตว์สายพันธุ์ใหม่ต่อไป
 กลับไปด้านบนสุด
 
  แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม  
 
 เพิลลิ่ง (เกาะมุก) หลักฐานแห่งเกาะเศรษฐกิจ
ประเทศ :บาห์เรน หลักเกณฑ์: (iii)
  เกาะมุก หลักฐานเกาะเศรษฐกิจนี้ ประกอบด้วยอาคาร ๑๗ หลังในเมืองมูฮารัก, อาคาร ๓ หลังสร้างบนฐานสุสานเปลือกหอยนอกชายฝั่ง, ส่วนหนึ่งของชายฝั่งและป้อมคาลัด บู มาฮี บนปลายตอนใต้สุดของเกาะมูฮารัก, จากที่ซึ่งใช้เป็นที่ออกเรือไปยังฐานสุสานเปลือกหอย อาคารต่างๆ ประกอบด้วยบ้านของพ่อค้าที่ร่ำรวย ร้านค้า คลังเก็บสินค้าและมัสยิด แหล่งนี้เป็นตัวอย่างสมบูรณ์แห่งสุดท้ายที่ยังคงอยู่ของธรรมเนียมการงมหอยมุกและความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งการแลกเปลี่ยนค้าขายมุกเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจรอบอ่าว (ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๒/พุทธศตวรรษที่ ๗ ถึง ค.ศ.๑๙๓๐/ พ.ศ.๒๔๗๓ เมื่อญี่ปุ่นพัฒนาการผลิตมุกเลี้ยง) แหล่งยังเป็นตัวอย่างที่สำคัญของธรรมเนียมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและผลกระทบของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งกอร์ปขึ้นเป็นทั้งระบบเศรษฐกิจและลักษณะทางวัฒนธรรมของสังคมเกาะ
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 แหล่งเหมืองหลักวอลโลเนีย
ประเทศ :เบลเยียม หลักเกณฑ์: (ii)(iv)
  แหล่งเหมือง ๔ แหล่งวางตัวเป็นสันขวางจากทิศตะวันออกไปตะวันตก ยาว ๑๗๐ กิโลเมตร กว้าง ๓ – ๑๕ กิโลเมตร ของประเทศเบลเยี่ยม ประกอบด้วยเหมืองถ่านหินในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ และ ๒๐ ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีของประเทศนี้ แหล่งเหมืองแสดงร่องรอยอันเป็นตัวอย่างสมัยแรกของสถาปัตยกรรมแบบอุดมคติ (utopian) จากยุคอุตสาหกรรมเริ่มแรกในยุโรปทั้งที่มีลักษณะเป็นองค์รวมอย่างดี, กลุ่มเล็ก ๆ ที่รวมกันเป็นชุดอุตสาหกรรมหรือชุดชุมชนเมือง, เหมืองถ่านหินแกรนด์-ดอนูและเมืองคนเหมือง ออกแบบโดย บรูโน เรนาร์ด (Bruno Renard) ในช่วงครึ่งแรกของคริสต์วรรษที่ ๑๙ /พุทธศตวรรษที่ ๒๔ บัวส์-ดู-ลุกซ์รวมทั้งอาคารหลาย ๆ หลังสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. ๑๘๓๘ ถึง ค.ศ. ๑๙๐๙ /พ.ศ. ๒๓๘๑ ถึง ๒๔๕๒ และหนึ่งในเหมืองถ่านหินที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปมีอายุเก่าไปถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗/พุทธศตวรรษที่ ๒๒ แม้ว่าแคว้นวอลลูนมีเหมืองถ่านหินเป็นร้อย ๆ เหมือง แต่สิ่งก่อสร้างใต้ดินก็ไม่เหลือสภาพ มีเพียงองค์ประกอบทั้ง ๔ นี้เท่านั้นที่ยังคงรักษาไว้ได้
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 ริโอ เดอ จาเนโร, คาริโอกา ภูมิทัศน์ระหว่างภูเขาและทะเล
ประเทศ :บราซิล หลักเกณฑ์: (vi)
  แหล่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแห่งนี้เป็นการจัดวางองค์ประกอบเมืองมากกว่าเป็นเรื่องของอาคาร ล้อมรอบธาตุทางธรรมชาติหลักที่มีรูปทรงและเป็นแรงบันดาลใจต่อการพัฒนาเมือง จากจุดที่สูงที่สุดของภูเขาในอุทยานแห่งชาติติจูคาลงไปจรดทะเล แหล่งยังรวมถึงสวนพฤกษศาสตร์ที่ก่อตั้งในปี ค.ศ.๑๘๐๘/ พ.ศ.๒๓๕๑ ภูเขาคอร์โควาโดที่ตั้งรูปพระคริสต์ที่มีชื่อเสียงและทิวเขาโดยรอบอ่าวกัวนาบารา รวมทั้งภูมิทัศน์ที่ออกแบบขยายไปตามอ่าวโคบาคาบานาที่มีส่วนทำให้เกิดวัฒนธรรมวิถีชีวิตนอกบ้านสำหรับเมืองที่มีทิวทัศน์น่าประทับใจอย่างนี้เมืองริโอ เดอ จาเนโรยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ให้แรงบันดาลใจทางศิลปะ ทั้งต่อนักดนตรี ภูมิสถาปนิกและนักออกแบบเมืองด้วย
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 ภูมิทัศน์แห่งกรองด์เปร
ประเทศ :แคนาดา หลักเกณฑ์: (v)(vi)
  ตั้งอยู่ในตอนใต้ของแอ่งที่ราบมินาสแห่งโนวา สกอเตีย บึงกรองด์เปรและแหล่งโบราณคดีประกอบเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่แสดงหลักฐานพัฒนาการโดยใช้เขื่อนกั้นน้ำและระบบระบายน้ำที่ทำเป็นเขื่อนไม้ เริ่มต้นโดยชาวอะเคเดียนในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗/พุทธศตวรรษที่ ๒๒ และพัฒนาต่อมาและรักษาให้คงสภาพใช้งานโดยชาวแพลนเตอร์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จนกระทั่งปัจจุบัน แหล่งได้รับสมญาว่าเป็นหนึ่งในเขตน้ำขึ้น-น้ำลงที่มีระดับแตกต่างกันมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเฉลี่ยประมาณ ๑๑.๖ เมตร ซึ่งได้รับการจดบันทึกแห่งความทรงจำของวิถีชีวิตและการถูกเนรเทศของชาวอะเคเดียนซึ่งเริ่มในปีค.ศ. ๑๗๕๕/พ.ศ.๒๒๙๘ ไว้ บนภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่มีพื้นที่มากกว่า ๑,๓๐๐ เฮกเตอร์แห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่เพาะปลูกในที่ลุ่มที่ขยายกว้างออกไป และสภาพแวดล้อมทางโบราณคดีของเมืองกรองด์เปรและฮอตันวิว ซึ่งสร้างขึ้นโดยชาวอังกฤษที่เข้ามายึดครองพื้นที่ของชาวอะเคเดียน ภูมิทัศน์แห่งนี้เป็นตัวอย่างพิเศษในการปรับตัวของขาวยุโรปที่เข้ามาอยู่อาศัยในยุคแรก ๆ ต่อสภาพของอเมริกาแถบชายฝั่งแอตแลนติกเหนือและสถานที่ที่จะต้องรำลึกถึงการเนรเทศของชาวอะเคเดียนที่รู้จักกันในชื่อกรองด์ เดรองเกอมองต์ (สถานที่แห่งความคลุ้มคลั่ง)
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 แหล่งโบราณคดีซานาตู
ประเทศ :จีน หลักเกณฑ์: (ii)(iii)(iv)(vi)
  ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกำแพงเมืองจีน แหล่งโบราณคดีซานาตูล้อมรอบด้วยซากเมืองหลวงตามตำนานของกุบไลข่าน ออกแบบโดยที่ปรึกษาชาวจีนของผู้ปกครองชาวมองโกล ชื่อ ลิว บิงซง (Liu Bingzhdong )ในปี ค.ศ. ๑๒๕๖ / พ.ศ. ๑๗๙๙ บนพื้นที่มากกว่า ๒๕,๐๐๐ เฮกเตอร์ แหล่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมของชาวมองโกลเร่ร่อนกับชาวจีนฮั่นเข้าด้วยกัน สถานที่นี้เป็นฐานที่มั่นจากที่ซึ่งกุบไลข่านสถาปนาราชวงศ์หยวนซึ่งปกครองจีนอยู่กว่าร้อยปี ขยายอาณาเขตข้ามทวีปเอเชียออกไป การถกเถียงในข้อศาสนาซึ่งเกิดขึ้นที่นี่มีผลทำให้เกิดการแผ่กระจายพระพุทธศาสนาแบบทิเบตไปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนืออันเป็นวัฒนธรรมและประเพณีความเชื่อทางศาสนาหนึ่งที่ยังคงถือปฏิบัติอยู่จนทุกวันนี้ ตัวแหล่งได้รับการวางผังตามแบบอย่างความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยจีนซึ่งสัมพันธ์กับภูเขาและแม่น้ำ ร่องรอยของเมืองยังคงเหลือให้เห็น รวมทั้งวัดวาอาราม พระราชวัง สุสาน กระโจมพักแรมของชนเผ่าเร่ร่อน และคลองส่งน้ำไต้ฝาน หยานควบคู่ไปกับทางน้ำอื่น ๆ
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 เมืองประวัติศาสตร์แกรนด์บาสสัม
ประเทศ :โกตดิวัวร์ หลักเกณฑ์: (iii)(iv)
  เมืองหลวงแห่งแรกของโคต ดิ ไอโวรี เมืองประวัติศาสตร์แกรนด์บาสสัมเป็นตัวอย่างหนึ่งของเมืองอาณานิคมในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ – ต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ /พุทธศตวรรษที่ ๒๕ วางผังแบ่งเป็น ๔ ส่วนเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ การบริหาร อาคารบ้านเรือนของชาวยุโรป และอาคารสำหรับชาวแอฟริกัน แหล่งแห่งนี้รวมหมู่บ้านชาวประมงนิสมา (N’zima) เคียงข้างไปกับสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคมที่แสดงลักษณะอาคารใช้งานที่มีเฉลียง ระเบียง และสวน เมืองแกรนด์บาสสัมเคยเป็นเมืองท่า ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการยุติธรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศโคต ดิ ไอโวรี มันเป็นพยานหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางสังคมที่ซับซ้อนของชาวยุโรป แอฟริกัน และต่อมาภายหลังเป็นการเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพ ในฐานะเป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงของอาณานิคมฝรั่งเศสซึ่งเป็นสถานีการค้าในอ่าวกีนีที่มีมาก่อนโคต ดิ ไอโวรีสมัยใหม่นี้ มันจึงดึงดูดความสนใจของประชากรจากส่วนต่างๆ ของแอฟริกา ยุโรป และชายฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอเรเนียนด้วย
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 แอ่งเหมือง ปาส์ เดอ คาเลส์ เหนือ
ประเทศ :ฝรั่งเศส หลักเกณฑ์: (ii)(iv)(vi)
  มีลักษณะที่น่าทึ่งของภูมิทัศน์ที่ก่อรูปร่างมากว่า ๓ ศตวรรษจากการสกัดถ่านหินในคริสต์ศตวรรษที่ ๑,๗๐๐ – ๑,๙๐๐ /พุทธศตวรรษที่ ๒๒ - ๒๔ แหล่งมีส่วนประกอบแยกจากกันถึง ๑๐๙ ส่วนบนพื้นที่ ๑๒๐,๐๐๐ เฮกเตอร์ มีร่องรอยของหลุมเหมืองจำนวนมาก (ที่เก่าที่สุดมีอายุตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๘๕๐/ พ.ศ. ๒๓๙๓) และสิ่งก่อสร้างใต้ดิน กองขี้แร่ (บางกองมีพื้นที่ถึง ๙๐ เฮกเตอร์และสูงถึง ๑๔๐ เมตร) สิ่งก่อสร้างเพื่อการขนส่งถ่านหินใต้ดิน สถานีรถไฟ ที่พักคนงาน และหมู่บ้านคนเหมือง รวมทั้งสถานบริการทางสังคม โรงเรียน อาคารทางศาสนา สิ่งอำนวยความสะดวกของชุมชนและสุขภาพ สำนักงานบริษัท บ้านผู้จัดการและเจ้าของ ศาลาว่าการเมืองและอื่น ๆ อีกมาก แหล่งนี้เป็นพยานหลักฐานต่อการสืบค้นกำเนิดรูปแบบของเมืองคนเหมืองจากช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ไปจนพ้น ค.ศ. ๑๙๖๐/ พ.ศ. ๒๕๐๓ และยิ่งไปกว่านั้นยังแสดงให้เห็นถึงระยะเวลาที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยุโรป มันเป็นหลักฐานของสภาพการดำรงชีวิตของคนงานและความเป็นปึกแผ่นมั่นคงที่ได้อุบัติขึ้น
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 โรงอุปรากรแห่งเมืองชายแดนเบรูท
ประเทศ :เยอรมัน หลักเกณฑ์: (i)(iv)
  เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรงอุปรากรชิ้นเอกชิ้นหนึ่งในยุคบาร็อก สร้างระหว่างปี ค.ศ. ๑๗๔๕ และ ๑๗๕๐ / พ.ศ. ๒๒๘๘ และ ๒๒๙๓ โรงอุปรากรแห่งนี้เป็นตัวอย่างเพียงแห่งเดียวที่ได้รับการอนุรักษ์รูปแบบไว้ทั้งหมด ที่ผู้ชม ๕๐๐ คนสามารถพบได้กับวัฒนธรรมของโถงโรงอุปรากรแบบบาร็อกและการป้องกันเสียงสะท้อนได้อย่างแท้จริง ด้วยว่าโรงอุปรากรแห่งนี้ยังรักษาวัสดุก่อสร้าง เช่น ไม้และผ้าใบของเดิมไว้ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการโดย คุณหญิงวิลเฮมมายน์ ภรรยาของท่านเฟดเดอริก ผู้ปกครองทางทหารเมืองชายแดนแบรนเดนเบิร์ก-เบรูท ออกแบบโดยสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงในการออกแบบโรงอุปรากรชื่อ กุยเซบเป กัลลิ บิเบียนา (Giuseppe Galli Bibiena) จากการที่โถงโรงอุปรากรเป็นพื้นที่สาธารณะ มันจึงเป็นเค้าลางของโรงละครสาธารณะขนาดใหญ่ของคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙/ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ โครงสร้างไม้ของชั้นพิเศษได้รับการตกแต่งอย่างดี ลวงตาด้วยผ้าใบเขียนสี แสดงให้เห็นถึงธรรมเนียมแบบแผนทางสถาปัตยกรรมที่ไม่คงทน ซึ่งได้รับการว่าจ้างให้ทำขึ้นเพื่อใช้ในงานแสดงที่หรูหราและการเฉลิมฉลองเพื่อแสดงตัวเยี่ยงเจ้าผู้ครองนคร
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเขตบาหลี:ระบบสุบัก หลักการตามปรัชญาไตรหิตครณะ
ประเทศ :อินโดนีเซีย หลักเกณฑ์: (ii)(iii)(v)(vi)
  ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเขตบาหลี:ระบบสุบัก (Subak) หลักการตามปรัชญาไตรหิตครณะ (Tri Hita Karana) ก่อร่างเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมของนาข้าวแบบขั้นบันได ๕ ชั้น และอุทกอารามทั้งหลายครอบคลุมพื้นที่ ๑๙,๕๐๐ เฮกเตอร์ วัดวาอารามต่าง ๆ เป็นจุดรวมของระบบการบริหารจัดการแจกจ่ายน้ำด้วยลำคลองและฝาย รู้จักกันในชื่อ สุบัก ที่มีอายุเก่าไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ ๙ / พุทธศตวรรษที่ ๑๓ ภูมิทัศน์ที่รวมอยู่ด้วยกันคืออารามหลวงปูระ ตามัน อายุน (Royal Temple of Pura Taman Ayun) แห่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ / พุทธศตวรรษที่ ๒๓ ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมขนาดมหึมาที่สุดในรูปแบบนี้บนเกาะบาหลี ระบบสุบักสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดทางปรัชญาไตรหิตครณะ ที่นำดินแดนของผี โลกมนุษย์และธรรมชาติมาไว้ด้วยกัน หลักปรัชญานี้ถือกำเนิดจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างบาหลีกับอินเดียมากว่า ๒,๐๐๐ ปีและกอร์ปเป็นภูมิทัศน์ของบาหลี ระบบสุบักเพื่อปฏิบัติการเพาะปลูกอย่างเสมอภาคและเป็นกันเองแบบประชาธิปไตยนี้ทำให้ชาวบาหลีกลายเป็นผู้ปลูกข้าวที่มีผลผลิตสูงที่สุดในแถบหมู่เกาะแม้จะท้าทายต่อการเลี้ยงดูประชากรที่หนาแน่นก็ตาม
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 มัสยิด เด จาเม แห่งอิสฟาฮาน
ประเทศ :สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หลักเกณฑ์: (ii)
  ตั้งอยู่บนศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์เมืองอีสฟาฮาน มัสยิดเพื่อการนมาซในวันศุกร์นี้ประหนึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีเลิศของวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมมัสยิดมากว่า ๑๒ ศตวรรษ เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. ๘๔๑ / พ.ศ. ๑๓๘๔ มัสยิดแห่งนี้เป็นอาคารที่ได้รับการรักษาไว้ในรูปแบบเดิมที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นต้นแบบของมัสยิดในสมัยต่อ ๆ มาทั่วแถบเอเชียกลาง มัสยิดครอบคลุมพื้นที่ ๒๐,๐๐๐ ตารางเมตรทั้งหลังนี้เป็นอาคารทางศาสนาอิสลามแห่งแรกที่ได้นำผังที่มีลานโถงโล่ง ๔ ส่วนแบบพระราชวังในสมัยซัสเซนิดมาปรับใช้ในสถาปัตยกรรมทางศาสนา โดมแบบมีสันฝาหอยคู่เป็นการตัวอย่างแสดงการเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ก่อสร้างไปทั่วดินแดนแถบนั้น มัสยิดแห่งนี้ยังแสดงรายละเอียดการตกแต่งที่น่าทึ่งเป็นตัวแทนพัฒนาการทางรูปแบบของศิลปะอิสลามมากกว่าหนึ่งพันปี
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 กอนบาด เด คาบัส
ประเทศ :สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน หลักเกณฑ์: (i)(ii)(iii)(iv)
  กอนบาด เด คาบัส เป็นสุสานที่มีความสูง ๕๓ เมตรสร้างในปี ค.ศ. ๑๐๐๖ / พ.ศ.๑๕๔๙ สำหรับคาบัส อิบ วูชม์กีร์ ตั้งอยู่ใกล้กับซากเมืองโบราณจอร์จัน ริมฝั่งแม่น้ำกอร์กันทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เป็นหลักฐานของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างชนเผ่าเร่ร่อนของเอเชียกลางกับอารยธรรมโบราณของอิหร่าน ตัวหอคอยเป็นหลักฐานแบบจอร์จันอันเป็นศูนย์กลางทางศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่ถูกทำลายโดยการรุกรานของชาวมองโกลในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๔ และ ๑๕ / พุทธศตวรรษที่ ๒๐ ที่ยังคงเหลืออยู่ เป็นตัวอย่างที่สำคัญและแสดงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของสถาปัตยกรรมอิสลามที่ให้อิทธิพลต่อการก่อสร้างอาคารพิธีกรรมทางศาสนาของอิหร่าน อะนาโตเลีย และเอเชียกลาง สร้างด้วยอิฐเผาไฟไม่เคลือบ รูปทรงเรขาคณิตอันประณีตของศาสนสถานประกอบเป็นทรงกระบอก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางจาก ๑๗ เรียวขึ้นไปเป็น ๑๕.๕ เมตร ครอบทับด้วยหลังคาอิฐทรงกรวย แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในโลกมุสลิมในช่วงหนังพันปีแรกของคริสต์กาล
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 แหล่งโบราณคดีวิวัฒนาการของมนุษยชาติ แห่งเทือกเขาคาร์เมล : ถ้ำนาฮาล แมรอต / ถ้ำวาดี เอล-มูคารา
ประเทศ :อิสราเอล หลักเกณฑ์: (iii)(v)
  บนลาดเขาด้านตะวันตกของเทือกเขาคาร์เมล รวมทั้งถ้ำตาบูน ถ้ำจามาล ถ้ำเอลว๊าด และถ้ำชูล์ ครอบคลุมพื้นที่ ๕๔ เฮกเตอร์และเต็มไปด้วยชั้นทับถมทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงวิวัฒนาการของมนุษยชาติถึง ๕๐๐,๐๐๐ ปี ด้วยหลักฐานหลุมฝังศพ สถาปัตยกรรมหินสมัยแรก และการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตจากการหาของป่า-ล่าสัตว์ไปเป็นการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ตัวแหล่งแสดงปรากฏการณ์พิเศษของทั้งมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลและมนุษย์ที่มีลักษณะทางกายภาพของมนุษย์สมัยใหม่ปัจจุบันภายในกรอบวัฒนธรรมยุคหินเก่าตอนกลางเดียวกันหรือวัฒนธรรมมุสเตอเรียน(Mousterian) ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นทั้งกุญแจไขปริศนาลำดับชั้นดินทางโบราณคดีเกี่ยวกับวิวัฒนาการของมนุษยชาติโดยทั่วไป และของแหล่งก่อนประวัติศาสตร์บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของเมดิเตอเรเนียนโดยเฉพาะ ด้วยเวลา ๙๐ ปีของการศึกษาวิจัยทางโบราณคดีได้เผยให้เห็นถึงระยะเวลาของลำดับชั้นทางวัฒนธรรมที่ไม่มีเสมอเสมือนได้ ส่งผลให้เกิดเป็นหลักฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์ยุคแรกชิ้นหนึ่งในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 แหล่งโบราณคดีหุบเขาเล็งกอง
ประเทศ :มาเลเซีย หลักเกณฑ์: (iii)(v)
  ตั้งอยู่ในหุบเขาเล็งกองอันเขียวชอุ่ม มรดกแห่งนี้รวมแหล่งโบราณคดี ๔ แห่งในสองกลุ่ม ซึ่งมีอายุเวลายาวเกือบสองล้านปี เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีการบันทึกเรื่องราวของมนุษย์ยุดต้นในสถานที่เดียวที่ยาวนานที่สุดและเก่าแก่ที่สุดนอกทวีปแอฟริกา มีลักษณะเป็นแหล่งในที่โล่งและถ้ำที่เป็นพื้นที่ผลิตเครื่องมือหิน อันเป็นหลักฐานทางเทคโนโลยีสมัยแรก จำนวนของแหล่งที่พบในพื้นที่ที่มีขอบเขตสัมพันธ์กันนี้ ทำให้คิดถึงการปรากฏขึ้นของประชากรขนาดตัวใหญ่ กึ่งเร่ร่อนกึ่งตั้งหลักปักฐานกับวัฒนธรรมที่เหลือให้เห็นอยู่ของสมัยหินเก่า หินใหม่ และยุคโลหะ
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 เมืองราบัด เมืองหลวงสมัยใหม่และเมืองประวัติศาสตร์
ประเทศ :โมรอกโค หลักเกณฑ์: (ii)(iv)
  ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลแอตแลนติกทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นผลงานการแลกเปลี่ยนที่สมบูรณ์ ระหว่างมุสลิมอาหรับในอดีตกับความคิดสมัยใหม่แบบตะวันตก เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนนี้ล้อมรอบไปด้วยเมืองใหม่ที่ตั้งและสร้างขึ้นในฐานะรัฐอารักขาของฝรั่งเศสจาก ค.ศ. ๑๙๑๒ ถึงหลังปี ค.ศ. ๑๙๓๐ / พ.ศ. ๒๔๕๕ – ๒๔๗๓ รวมทั้งพื้นที่ทางการบริหารและราชสำนัก พื้นที่พัฒนาทางเศรษฐกิจและที่พักอาศัย และสวนพฤกษศาสตร์ จาแด็ง เดสซาย (Jardins d’Essais) และสวนที่ให้ความรื่นรมย์แห่งอื่น ๆ และรวมเอาส่วนของเมืองที่เก่ากว่าที่มีอายุอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๒ / พุทธศตวรรษที่ ๑๗ เข้าไว้ด้วย ตัวเมืองใหม่เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองที่ทันสมัยและกว้างใหญ่ที่สุดที่สร้างในแอฟริกาในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ / พุทธศตวรรษที่ ๒๕ และอาจจะเรียกได้ว่าเกือบสมบูรณ์ที่สุดด้วย ส่วนของเมืองเก่านั้น รวมถึงมัสยิดฮัสซัน (เริ่มก่อสร้างในปีค.ศ. ๑๑๘๔ / พ.ศ. ๑๗๒๗) และกำแพงเมืองอัลโมฮาดและประตูต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนที่เหลืออยู่ของโครงการเมืองหลวงแห่งสุลต่านอัลโมฮาดอันยิ่งใหญ่ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างของชาว(แขก)มัวร์ หรือชาวอาดาลูเซียนที่เป็นเจ้าปกครองอาณาเขตนี้อยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ / พุทธศตวรรษที่ ๒๒
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 สถานที่ประสูติพระเยซู:โบสถ์แห่งพระประสูติกาลและเส้นทางแสวงบุญ เมืองเบธเลเฮม
ประเทศ :ปาเลสไตน์ หลักเกณฑ์: (iv)(vi)
  มรดกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของนครเยรูซาเลมลงไป ๑๐ กิโลเมตร บนพื้นที่ที่ระบุตามประเพณีความเชื่อของชาวคริสต์ว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระเยซูมาแล้วตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๒ /พุทธศตวรรษที่ ๗ โบสถ์หลังแรกได้รับการสร้างจนสมบูรณ์แล้วเสร็จ ณ ที่แห่งนั้นในปี ค.ศ. ๓๓๙ / พ.ศ. ๘๘๒ และอาคารหลังใหญ่กว่าถูกสร้างแทนที่หลังจากโบสถ์ถูกไฟไหม้ในคริสต์ศตวรรษที่ ๖ / พุทธศตวรรษที่ ๑๑ แต่ยังคงรักษาพื้นโมเสกที่ทำอย่างประณีตของอาคารหลังดั้งเดิม สถานที่แห่งนี้ยังรวมเอาโบสถ์และที่พักของแม่ชี ทั้งที่เป็นลาติน กรีกออโธด็อก ฟรานซิสกัน และอาร์มีเนียนเข้าไว้ด้วย รวมทั้งหอระฆัง สวนที่มีระเบียงทางเดินและเส้นทางแสวงบุญ
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 เมืองป้อมชายแดนและป้อมปราการแห่งเอลวาส์
ประเทศ :โปรตุเกส หลักเกณฑ์: (iv)
  สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างเป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ ถึง ๑๙ /พุทธศตวรรษที่ ๒๒ ถึง ๒๔ มีลักษณะเป็นระบบร่องคูแห้งเป็นแนวป้องกัน ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดางานแบบเดียวกัน ภายในกำแพงเป็นเมืองที่มีโรงทหาร และอาคารทางการทหารต่าง ๆ รวมทั้งโบสถ์และศาสนสถาน ในขณะที่เมืองเอลวาส์ประกอบไปด้วยอาคารที่มีอายุเก่าไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๐ / พุทธศตวรรษที่ ๑๕ แต่ป้อมปราการเริ่มสร้างข้นเมื่อชาวโปรตุเกสได้อิสรภาพคืนในปี ค.ศ. ๑๖๔๐ / พ.ศ. ๒๑๘๓ ป้อมปราการออกแบบโดยชาวดัทช์ชื่อ เจซูต ปาเดร เจา ปิคาสิโอ คอสมานเดอ เป็นตัวอย่างป้อมปราการที่ดีที่สุดจากที่เหลืออยู่ในที่ต่าง ๆ ในสกุลช่างดัทช์ แหล่งนี้ยังรวมถึงสะพานส่งน้ำแห่งเมืองอามอเรียรา สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นคงต่อการโอบล้อมของข้าศึกเป็นเวลานาน
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 แหล่งชนบทบาสซารี: ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาสซารี ฟูลา และบีดิก
ประเทศ :เซเนกัล หลักเกณฑ์: (iii)(v)(vi)
  แหล่งชนบทบาสซารี: ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาสซารี ฟูลา และบีดิก ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเซเนกัล ประกอบด้วยพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ๓ บริเวณ คือ บาสซารีในบริเวณซาเลมาตา เบดิกในบริเวณบันดาฟาสสิ และฟูลาในบริเวณแด็งเดเฟโล ที่ซึ่งแต่ละบริเวณมีลักษณะทางกายภาพพิเศษในตัวของมันเอง ผู้คนของบาสซารี ฟูลา และบีดิกตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๑๑ / พุทธศตวรรษที่ ๑๖ จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ / พุทธศตวรรษที่ ๒๔ และพัฒนาวัฒนธรรมรูปแบบเฉพาะและอาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติรอบตัว ภูมิทัศน์ของบาสซารีสังเกตได้จากที่ราบขั้นบันไดและนาข้าว มีหมู่บ้านกระจายเป็นระยะ ๆ กลุ่มบ้านเล็ก ๆ และแหล่งโบราณคดี หมู่บ้านของบีดิกประกอบด้วยกลุ่มกระท่อมหลังคามุงแฝกสูงชัน รวมกันอยู่หนาแน่น แสดงออกถึงวัฒนธรรมการตั้งถิ่นฐานในลักษณะการใช้ที่ดินเพื่อการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ การประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อ ศาสนาและสังคมตามวิถีดั้งเดิม ซึ่งแสดงถึงการตอบสนองต่อข้อจำกัดทางสิ่งแวดล้อมและแรงกดดันของมนุษย์ แหล่งนี้เป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมอันหลากหลายซึ่งได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีของการสร้างบ้านเรือนแบบดั้งเดิมและยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในวัฒนธรรมท้องถิ่นปัจจุบัน
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 มรดกแห่งเมอคิวรี (ปรอท) : อัลเมเด็นและอิดริจา
ประเทศ :สโลวีเนีย,สเปน หลักเกณฑ์: (ii)(iv)
  สมบัติทางวัฒนธรรมแห่งนี้รวมถึงเหมืองอัลเมเด็นที่แร่ปรอท (เหล็กไหล) ถูกสกัดออกมาใช้งานตั้งแต่โบราณกาลและเหมืองอิดริจาที่แร่ปรอทถูกพบครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๔๙๐/พ.ศ. ๒๐๓๓ สมบัติของชาวสเปนชิ้นนี้รวมถึงอาคารที่มีความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของเหมือง รวมทั้งปราสาทเรตามาร์ อาคารทางศาสนาและที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิม เหมืองอิดริจามีลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นที่เก็บแร่ปรอทและสิ่งก่อสร้างใต้ดิน รวมทั้งส่วนที่อยู่ของคนเหมืองและโรงละครของคนเหมือง แหล่งนี้เป็นหลักฐานของเส้นทางการค้าปรอทข้ามทวีปซึ่งขยายการแลกเปลี่ยนสำคัญระหว่างยุโรปและอเมริกาหลายศตวรรษ เหมืองทั้งสองแห่งนี้เป็นเหมืองแร่ปรอทที่ใหญ่ที่สุด ๒ แห่งของโลกและยังคงเปิดใช้งานอยู่กระทั่งปัจจุบัน
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 บ้านชาวนาแห่งฮาล์ซิงแลนด์
ประเทศ :สวีเดน หลักเกณฑ์: (v)
  บ้านไม้สัก ๗ หลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนนี้อยู่ทางตะวันออกของสวีเดน เป็นตัวแทนแห่งความสุดยอดของธรรมเนียมการสร้างบ้านไม้สักแบบท้องถิ่นที่มีอายุเก่าไปถึงยุคกลาง บ้านเหล่านี้สะท้อนถึงความมั่งคั่งของชาวนาอิสระในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ / พุทธศตวรรษที่ ๒๔ ที่ใช้ทรัพย์สมบัติของตนในการสร้างบ้านหลังใหม่ แสดงฐานะด้วยการตกแต่งบ้านหรือห้องชุดอย่างวิจิตรเพื่อใช้ในเทศกาลต่าง ๆ งานจิตรกรรมแสดงถึงการผสมรวมกันของศิลปะพื้นเมืองกับลักษณะอันเป็นที่ชื่นชอบโปรดปรานของชนชั้นกลางผู้ดีในสมัยนั้น รวมทั้งศิลปะแบบบาร็อกและร็อกโคโค เขียนตกแต่งโดยจิตรกรทั้งเป็นที่รู้จักและจิตรกรพเนจร แหล่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแห่งนี้เป็นตัวแทนของความสะพรั่งสุดท้ายของประเพณีทางวัฒนธรรมอันยาวนาน
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 แหล่งวัฒนธรรมหินใหม่คาตาฮูยุก
ประเทศ :ตุรกี หลักเกณฑ์: (ii)(iv)
  เป็นเนินเขา ๒ ลูกบนพื้นที่ ๓๔ เอเคอร์บนที่ราบสูงอะนาโตเลียใต้ เนินดินทางตะวันออกที่สูงกว่าแสดงชั้นการอยู่อาศัยของวัฒนธรรมหินใหม่ถึง ๑๘ ชั้น มีอายุระหว่าง ๗,๔๐๐ และ ๖,๒๐๐ ปีก่อนคริสตกาล รวมไปถึงการเขียนสีภาพบนกำแพง ภาพนูนต่ำ ประติมากรรมและรูปสัญลักษณ์ และร่องรอยงานศิลปะต่าง ๆ แหล่งนี้ยังเป็นหลักฐานแสดงวิวัฒนาการของการจัดระเบียบทางสังคมและการปฏิบัติทางวัฒนธรรมที่มนุษย์ปรับตัวเข้าสู่ชีวิตที่อยู่กับที่ เนินดินทางตะวันตกแสดงวิวัฒนาการของการปฏิบัติทางวัฒนธรรมยุคโลหะทองแดง ประมาณ ๖,๒๐๐ – ๕,๒๐๐ ปีก่อนคริสตกาล แหล่งโบราณคดีคาตาฮูยุกแสดงหลักฐานสำคัญของหัวเลี้ยวหัวต่อจากสังคมหมู่บ้านไปเป็นการอยู่รวมกันแบบสังคมเมืองที่ยังคงอยู่ในที่ตั้งเดิมยาวนานกว่า ๒,๐๐๐ ปี แหล่งนี้แสดงร่องรอยของการตั้งบ้านเรือนแบบไม่มีถนนอันเป็นเอกลักษณ์ที่บ้านหันหลังชนกันและหลังคาเสียบเข้าไปในตัวอาคาร
 กลับไปด้านบนสุด
 
 
 ติดต่อผู้ดูแลระบบ  |  แผนผังเว็บไซต์  | แลกลิงค์  |  ข้อมูลอ้างอิง  |  สนับสนุนภาพถ่าย
 
กระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๑๕ - ๒๓  ถนนบรมราชชนนี  แขวงบางบำหรุ  เขตบางพลัด  กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐  โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘
666 Borommaratchachonnani Road, Bang Phlat, Bang Bamru, Bangkok Thailand 10700 Tel. +662 422 8888