แหล่งมรดกโลกแห่งแรกของปาเลสไตน์ได้รับการขึ้นทะเบียน พร้อม ๆ กับแหล่งในประเทศอิสราเอล ปาปัว อินโดนีเซีย และโมรอกโค

เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (สหพันธรัฐรัสเซีย) – ๒๙ มิถุนายน – แหล่งใหม่ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกโลก สถานที่ประสูติพระเยซู: โบสถ์แห่งพระประสูติกาลและเส้นทางแสวงบุญ เมืองเบธเลเฮม (ปาเลสไตน์); แหล่งโบราณคดีวิวัฒนาการของมนุษยชาติ แห่งเทือกเขาคาร์เมล : ถ้ำนาฮาล แมรอต / ถ้ำวาดี เอล-มูคารา (อิสราเอล), หมู่เกาะร็อก ทะเลสาบ/แหล่งน้ำตื้นใต้ (ปาปัว), ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเขตบาหลี:ระบบสุบัก หลักการตามปรัชญาไตรหิตครณะ (อินโดนีเซีย),เมืองราบัด เมืองหลวงสมัยใหม่และเมืองประวัติศาสตร์ (โมรอกโค) คาดว่าการขึ้นทะเบียนจะดำเนินการทั้งวันนี้และต่อไปถึงพรุ่งนี้

 
สถานที่ประสูติพระเยซู: โบสถ์แห่งพระประสูติกาลและเส้นทางแสวงบุญ เมืองเบธเลเฮม (ปาเลสไตน์)

ถูกบรรจุไว้ในบัญชีมรดกโลกในภาวะอันตรายด้วย เนื่องจากได้รับความเสียหายจากการรั่วซึมของน้ำ ทรัพย์สินที่ได้รับการขึ้นทะเบียนนี้มรดกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแห่งนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของนครเยรูซาเลมลงไป ๑๐ กิโลเมตร บนพื้นที่ที่ระบุตามประเพณีความเชื่อของชาวคริสต์ว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระเยซูมาแล้ว ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๒ /พุทธศตวรรษที่ ๗ โบสถ์หลังแรกได้รับการสร้างจนสมบูรณ์แล้วเสร็จ ณ ที่แห่งนั้นในปี ค.ศ. ๓๓๙ / พ.ศ. ๘๘๒ และอาคารหลังใหญ่กว่าถูกสร้างแทนที่หลังจากโบสถ์ถูกไฟไหม้ในคริสต์

ศตวรรษที่ ๖ / พุทธศตวรรษที่ ๑๑ แต่ยังคงรักษาพื้นโมเสกที่ทำอย่างประณีตของอาคารหลังดั้งเดิม สถานที่แห่งนี้ยังรวมเอาโบสถ์และที่พักของแม่ชี ทั้งที่เป็นลาติน กรีกออโธด็อก ฟรานซิสกัน และอาร์มีเนียนเข้าไว้ด้วย รวมทั้งหอระฆัง สวนที่มีระเบียงทางเดินและเส้นทางแสวงบุญ

 
แหล่งโบราณคดีวิวัฒนาการของมนุษยชาติ แห่งเทือกเขาคาร์เมล : ถ้ำนาฮาล แมรอต / ถ้ำวาดี เอล-มูคารา (อิสราเอล)

บนลาดเขาด้านตะวันตกของเทือกเขาคาร์เมล รวมทั้งถ้ำตาบูน ถ้ำจามาล ถ้ำเอลว๊าด และถ้ำชูล์ ครอบคลุมพื้นที่ ๕๔ เฮกเตอร์และเต็มไปด้วยชั้นทับถมทางวัฒนธรรมที่แสดงถึงวิวัฒนาการของมนุษยชาติถึง ๕๐๐,๐๐๐ ปี ด้วยหลักฐานหลุมฝังศพ สถาปัตยกรรมหินสมัยแรก และการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตจาก การหาของป่า-ล่าสัตว์ไปเป็นการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ตัวแหล่งแสดงปรากฏการณ์พิเศษของทั้งมนุษย์ นีแอนเดอร์ทัลและมนุษย์ที่มีลักษณะทางกายภาพของมนุษย์สมัยใหม่ปัจจุบันภายในกรอบวัฒนธรรมยุคหินเก่าตอนกลาง

เดียวกัน หรือวัฒนธรรมมุสเตอเรียน(Mousterian) ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นทั้งกุญแจไขปริศนาลำดับชั้นดินทางโบราณคดีเกี่ยวกับวิวัฒนาการของมนุษยชาติโดยทั่วไป และของแหล่งก่อนประวัติศาสตร์บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของเมดิเตอเรเนียนโดยเฉพาะ ด้วยเวลา ๙๐ ปีของการศึกษาวิจัยทางโบราณคดีได้เผยให้เห็นถึงระยะเวลาของลำดับชั้นทางวัฒนธรรมที่ไม่มีเสมอเสมือนได้ ส่งผลให้เกิดเป็นหลักฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์ยุคแรกชิ้นหนึ่งในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้

 
หมู่เกาะร็อก ทะเลสาบ/แหล่งน้ำตื้นใต้ (ปาปัว)

ครอบคลุมพื้นที่ ๑๐๐,๒๐๐ เฮกเตอร์ และเกาะหินปูนที่เกิดจากภูเขาไฟ ที่กระจัดกระจายนับได้ ๔๔๕ เกาะ เกาะหลายแห่งมีลักษณะรูปทรงเฉพาะคล้ายเห็ด ในทะเลสาบสีเขียวอมฟ้า ล้อมรอบด้วยแนวปะการัง ความสวยตามหลักแห่งความงามของแหล่งนี้ถูกยกระดับให้สูงขึ้นด้วยระบบแนวปะการังที่ซับซ้อน มีร่องรอยปะการังมากกว่า ๓๘๕ ชนิดและมีรูปแบบการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน เป็นที่ธำรงอยู่ของความหลากหลายของพันธุ์พืช นก และสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมทั้งพะยูน และฉลามอย่างน้อย ๑๓ ชนิด หมู่เกาะร็อกเป็นอ่าวที่รับ

รวมของทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุด ส่วนของน้ำทะเลที่แยกออกมา ตัดขาดจากมหาสมุทรด้วยแนวปะการัง หมู่เกาะร็อกอยู่ท่ามกลางร่องรอยที่มีความพิเศษและธำรงประชากรประจำถิ่นชั้นสูง ที่ซึ่งยังคงให้ผลลัพธ์เพื่อการค้นหาพืชสัตว์สายพันธุ์ใหม่ต่อไป

 
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเขตบาหลี:ระบบสุบัก (Subak) หลักการตามปรัชญาไตรหิตครณะ (Tri Hita Karana) (อินโดนีเซีย)

ก่อร่างเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมของนาข้าวแบบขั้นบันได ๕ ชั้น และอุทกอารามทั้งหลายครอบคลุมพื้นที่ ๑๙,๕๐๐ เฮกเตอร์ วัดวาอารามต่าง ๆ เป็นจุดรวมของระบบการบริหารจัดการแจกจ่ายน้ำด้วยลำคลองและฝาย รู้จักกันในชื่อ สุบัก ที่มีอายุเก่าไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ ๙ / พุทธศตวรรษที่ ๑๓ ภูมิทัศน์ที่รวมอยู่ด้วยกันคืออารามหลวงปูระ ตามัน อายุน (Royal Temple of Pura Taman Ayun) แห่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ / พุทธศตวรรษที่ ๒๓ ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมขนาดมหึมาที่สุดในรูปแบบนี้บนเกาะบาหลี ระบบสุบักสะท้อนให้เห็นถึง

แนวคิดทางปรัชญาไตรหิตครณะ ที่นำดินแดนของผี โลกมนุษย์และธรรมชาติมาไว้ด้วยกัน หลักปรัชญานี้ถือกำเนิดจากการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างบาหลีกับอินเดียมากว่า ๒,๐๐๐ ปีและกอร์ปเป็นภูมิทัศน์ของบาหลี ระบบสุบักเพื่อปฏิบัติการเพาะปลูกอย่างเสมอภาคและเป็นกันเองแบบประชาธิปไตยนี้ทำให้ชาวบาหลีกลายเป็นผู้ปลูกข้าวที่มีผลผลิตสูงที่สุดในแถบหมู่เกาะแม้จะท้าทายต่อการเลี้ยงดูประชากรที่หนาแน่นก็ตาม

 
เมืองราบัด เมืองหลวงสมัยใหม่และเมืองประวัติศาสตร์ (โมรอกโค): มรดกที่แบ่งปัน

ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลแอตแลนติกทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นผลงานการแลกเปลี่ยนที่สมบูรณ์ ระหว่างมุสลิมอาหรับในอดีตกับความคิดสมัยใหม่แบบตะวันตก เมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนนี้ล้อมรอบไปด้วยเมืองใหม่ที่ตั้งและสร้างขึ้นในฐานะรัฐอารักขาของฝรั่งเศสจาก ค.ศ. ๑๙๑๒ ถึงหลังปี ค.ศ. ๑๙๓๐ / พ.ศ. ๒๔๕๕ – ๒๔๗๓ รวมทั้งพื้นที่ทางการบริหารและราชสำนัก พื้นที่พัฒนาทางเศรษฐกิจและที่พักอาศัย และสวนพฤกษศาสตร์ จาแด็ง เดสซาย (Jardins d’Essais)  และสวนที่ให้ความรื่นรมย์แห่งอื่น ๆ และ

รวมเอาส่วนของเมืองที่เก่ากว่าที่มีอายุอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๒ / พุทธศตวรรษที่ ๑๗ เข้าไว้ด้วยตัวเมืองใหม่เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเมืองที่ทันสมัยและกว้างใหญ่ที่สุดที่สร้างในแอฟริกาในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ / พุทธศตวรรษที่ ๒๕ และอาจจะเรียกได้ว่าเกือบสมบูรณ์ที่สุดด้วย ส่วนของเมืองเก่านั้น รวมถึงมัสยิดฮัสซัน (เริ่มก่อสร้างในปีค.ศ. ๑๑๘๔ / พ.ศ. ๑๗๒๗) และกำแพงเมืองอัลโมฮาดและประตูต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนที่เหลืออยู่ของโครงการเมืองหลวงแห่งสุลต่านอัลโมฮาดอันยิ่งใหญ่ รวมทั้งสิ่งก่อสร้างของชาว(แขก)มัวร์ หรือชาวอาดาลูเซียนที่เป็นเจ้าปกครองอาณาเขตนี้อยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ / พุทธศตวรรษที่ ๒๒

คณะกรรมการมรดกโลกจะยังคงประชุมจนกระทั่งถึงวันที่ ๖
 
ซานาตู (จีน), แหล่งชนบทบาสซารี (เซเนกัล), แกรนด์บาสสัม (โคต ดิ ไอโวรี) ถูกเพิ่มในบัญชีมรดกโลก

เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (สหพันธรัฐรัสเซีย) – ๒๙ มิถุนายน – แหล่งโบราณคดีซานาตู (จีน), แหล่งชนบทบาสซารี: ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาสซารี ฟูลา และบีดิก (เซเนกัล) และ เมืองประวัติศาสตร์แกรนด์บาสสัม เมืองหลวงแห่งแรกของโคต ดิ ไอโวรี ถูกเพิ่มชื่อในบัญชีมรดกโลก

 
แหล่งโบราณคดีซานาตู (จีน)

ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกำแพงเมืองจีน แหล่งโบราณคดีซานาตูล้อมรอบด้วยซากเมืองหลวงตามตำนานของกุบไลข่าน ออกแบบโดยที่ปรึกษาชาวจีนของผู้ปกครองชาวมองโกล ชื่อ ลิว บิงซง (Liu Bingzhdong )ในปี ค.ศ. ๑๒๕๖ / พ.ศ. ๑๗๙๙ บนพื้นที่มากกว่า ๒๕,๐๐๐ เฮกเตอร์ แหล่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการผสมผสานวัฒนธรรมของชาวมองโกลเร่ร่อนกับชาวจีนฮั่นเข้าด้วยกัน สถานที่นี้เป็นฐานที่มั่นจากที่ซึ่งกุบไลข่านสถาปนาราชวงศ์หยวนซึ่งปกครองจีนอยู่กว่าร้อยปี ขยายอาณาเขตข้ามทวีป

เอเชียออกไป การถกเถียงในข้อศาสนาซึ่งเกิดขึ้นที่นี่มีผลทำให้เกิดการแผ่กระจายพระพุทธศาสนาแบบทิเบตไปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนืออันเป็นวัฒนธรรมและประเพณีความเชื่อทางศาสนาหนึ่งที่ยังคงถือปฏิบัติอยู่จนทุกวันนี้ ตัวแหล่งได้รับการวางผังตามแบบอย่างความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยจีนซึ่งสัมพันธ์กับภูเขาและแม่น้ำ ร่องรอยของเมืองยังคงเหลือให้เห็น รวมทั้งวัดวาอาราม พระราชวัง สุสาน กระโจมพักแรมของชนเผ่าเร่ร่อน และคลองส่งน้ำไต้ฝานหยาน (Tiefan'gang )ควบคู่ไปกับทางน้ำอื่น ๆ

 
แหล่งชนบทบาสซารี: ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาสซารี ฟูลา และบีดิก

ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเซเนกัล ประกอบด้วยพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ๓ บริเวณ คือ บาสซารีในบริเวณซาเลมาตา เบดิกในบริเวณบันดาฟาสสิ และฟูลาในบริเวณแด็งเดเฟโล ที่ซึ่งแต่ละบริเวณมีลักษณะทางกายภาพพิเศษในตัวของมันเอง ผู้คนของบาสซารี ฟูลา และบีดิกตั้งถิ่นฐานมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๑๑ / พุทธศตวรรษที่ ๑๖ จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ / พุทธศตวรรษที่ ๒๔ และพัฒนาวัฒนธรรมรูปแบบเฉพาะและอาศัยอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติรอบตัว ภูมิทัศน์ของบาสซารีสังเกตได้จากที่ราบขั้นบันไดและนาข้าว มีหมู่บ้านกระจายเป็นระยะ ๆ กลุ่มบ้านเล็ก ๆ และแหล่งโบราณคดี หมู่บ้านของบีดิกประกอบด้วยกลุ่มกระท่อมหลังคามุงแฝกสูงชัน รวมกันอยู่หนาแน่น แสดงออกถึงวัฒนธรรมการตั้งถิ่นฐานในลักษณะการใช้ที่ดินเพื่อการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ การประกอบพิธีกรรมทางความเชื่อ ศาสนาและสังคมตามวิถีดั้งเดิม

ซึ่งแสดงถึงการตอบสนองต่อข้อจำกัดทางสิ่งแวดล้อมและแรงกดดันของมนุษย์ แหล่งนี้เป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมอันหลากหลายซึ่งได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีของการสร้างบ้านเรือนแบบดั้งเดิมและยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในวัฒนธรรมท้องถิ่นปัจจุบัน

 
เมืองหลวงแห่งแรกของโคต ดิ ไอโวรี เมืองประวัติศาสตร์แกรนด์บาสสัม

เป็นตัวอย่างหนึ่งของเมืองอาณานิคมในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ – ต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ /พุทธศตวรรษที่ ๒๕ วางผังแบ่งเป็น ๔ ส่วนเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ การบริหาร อาคารบ้านเรือนของชาวยุโรป และอาคารสำหรับชาวแอฟริกัน แหล่งแห่งนี้รวมหมู่บ้านชาวประมงนิสมา(N’zima) เคียงข้างไปกับสถาปัตยกรรมแบบอาณานิคมที่แสดงลักษณะอาคารใช้งานที่มีเฉลียง ระเบียง และสวน เมืองแกรนด์บาสสัมเคยเป็นเมืองท่า ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการ

ยุติธรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศโคต ดิ ไอโวรี มันเป็นพยานหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางสังคมที่ซับซ้อนของชาวยุโรป แอฟริกัน และต่อมาภายหลังเป็นการเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพ ในฐานะเป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงของอาณานิคมฝรั่งเศสซึ่งเป็นสถานีการค้าในอ่าวกีนีที่มีมาก่อนโคต ดิ ไอโวรีสมัยใหม่นี้ มันจึงดึงดูดความสนใจของประชากรจากส่วนต่างๆ ของแอฟริกา ยุโรป และชายฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอเรเนียนด้วย

 
 ติดต่อผู้ดูแลระบบ  |  แผนผังเว็บไซต์  | แลกลิงค์  |  ข้อมูลอ้างอิง  |  สนับสนุนภาพถ่าย
 
กระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๑๕ - ๒๓  ถนนบรมราชชนนี  แขวงบางบำหรุ  เขตบางพลัด  กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐  โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘
666 Borommaratchachonnani Road, Bang Phlat, Bang Bamru, Bangkok Thailand 10700 Tel. +662 422 8888