คณะกรรมการมรดกโลก
คณะกรรมการกลางของคณะกรรมการมรดกโลก
ประเทศไทยกับการดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการมรดกโลก
คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก
ณะกรรมการมรดกโลก

               อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกได้รับการบริหารโดย  “คณะกรรมการมรดกโลก" (World Heritage Committee) โดยประกอบด้วยกรรมการจาก  ๒๑  ประเทศที่ได้รับการเลือกตั้งจากรัฐภาคี  (States Parties)   มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ – ๖ ปี มีหน้าที่ดังนี้

 

พิจารณาแหล่งทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติที่มีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลซึ่งควรจะได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญา โดยขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก

ติดตามตรวจสอบสถานะของการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกที่ขึ้นบัญชีแล้วและพิจารณาการขึ้นบัญชีหรือเพิกถอนออกจาก บัญชีมรดกโลกในภาวะอันตราย (List of World Heritage in Danger) รวมทั้งตัดสินการเพิกถอนออกจากบัญชีมรดกโลก

พิจารณาคำร้องของรัฐภาคีที่เสนอขอความช่วยเหลือของนานาชาติจากกองทุนมรดกโลก (World Heritage Fund)

               การดำเนินงานของคณะกรรมการมรดกโลก ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากสำนักงานเลขานุการ "ศูนย์มรดกโลก"  (The World Heritage Center)  ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

รายชื่อประเทศสมาชิก คณะกรรมการมรดกโลกในปัจจุบัน มีดังนี้
๑. แอลจีเรีย  (Algeria)
๑๒. มาลี  (Mali)
๒. กัมพูชา  (Cambodia) ๑๓. เม็กซิโก  (Mexico)
๓. โคลอมเบีย  (Colombia) ๑๔. กาตาร์  (Qatar)
๔. เอสโตเนีย  (Estonia) ๑๕. สหพันธรัฐรัสเซีย  (Russian Federation)
๕. เอธิโอเปีย  (Ethiopia) ๑๖. เซเนกัล  (Senegal)
๖. ฝรั่งเศส  (France) ๑๗. เซอร์เบีย  (Serbia)
๗. เยอรมนี  (Germany) ๑๘. แอฟริกาใต้  (South Africa)
๘. อินเดีย  (India) ๑๙. สวิตเซอร์แลนด์  (Switzerland)
๙. อิรัก  (Iraq) ๒๐. ไทย  (Thailand)
๑๐. ญี่ปุ่น  (Japan) ๒๑. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  (United Arab Emirates)
๑๑. มาเลเซีย  (Malaysia)    
 

              “ศูนย์ข้อมูลมรดกโลก”   จะเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านมรดกโลก อาทิ อนุสัญญาคุ้มครอง มรดกโลก บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการมรดกโลก แหล่งมรดกโลกของประเทศไทย ตลอดจนข้อมูล ข่าวสาร และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องให้แก่ประชาชนทั่วไปได้รับทราบโดยทั่วกัน

 กลับไปด้านบนสุด
ณะกรรมการกลางของคณะกรรมการมรดกโลก

               คณะกรรมการกลางของคณะกรรมการมรดกโลก    หรือคณะกรรมการบริหารของคณะกรรมการมรดกโลก (World Heritage Bureau)  ประกอบด้วยประธาน ๑ คน รองประธาน ๕ คน และเลขาธิการ ๑ คน ซึ่งได้รับการเลือกตั้งจาก คณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมสมัยสามัญประจำปี โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง ๑ ปี

 กลับไปด้านบนสุด
ระเทศไทยกับการดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการมรดกโลก

               ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (State Party of the World Heritage Convention) เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๐  และเคยได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการมรดกโลก (World Heritage Committee) ซึ่งประกอบด้วยกรรมการจากประเทศสมาชิก ๒๑ ประเทศ มาแล้ว ๓ ครั้ง คือ

               ครั้งที่ ๑ ระหว่างปี พุทธศักราช ๒๕๓๒ – ๒๕๓๘ คือ ศาสตราจารย์ ดร. อดุล  วิเชียรเจริญ
               ครั้งที่ ๒ ระหว่างปี พุทธศักราช ๒๕๔๐ – ๒๕๔๖ คือ ศาสตราจารย์ ดร. อดุล  วิเชียรเจริญ
               ครั้งที่ ๓ ระหว่างปี พุทธศักราช ๒๕๕๒ – ๒๕๕๖  คือ ดร. โสมสุดา  ลียะวณิช
                                                      
     ประวัติ ศาสตราจารย์ ดร. อดุล  วิเชียรเจริญ

               เกิดเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๖๙ เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี จบการศึกษาเตรียมปริญญา จากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๘ และธรรมศาสตรบัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓
               จบปริญญาโทและปริญญาเอกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Master of International Relations และ Doctor of P hilosophy of International relations and Organization) จาก The American University ประเทศสหรัฐอเมริกา  เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๔

               ประวัติการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญอาทิ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร สำหรับงานด้านมรดกโลก เคยดำรงตำแหน่งประธาน คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (พุทธศักราช ๒๕๓๓ - ๒๕๕๑) และผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการมรดกโลก ๒ สมัย (พุทธศักราช ๒๕๓๒ –๒๕๓๘ และ พุทธศักราช ๒๕๔๐ – ๒๕๔๖)

               ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการ และที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (พุทธศักราช ๒๕๕๒ – ปัจจุบัน)



     ประวัติ ดร. โสมสุดา  ลียะวณิช

               เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๔๙๕ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ศิลปศาสตร-บัณฑิต (โบราณคดี) (เกียรตินิยมอันดับ ๒) จากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พุทธศักราช  ๒๕๑๗  และได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ในการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ด้านมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยโอทาโก นิวซีแลนด์ พุทธศักราช  ๒๕๒๕  และโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์        มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย พุทธศักราช ๒๕๓๑ ตามลำดับ

               ประวัติการทำงาน เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ เลขานุการกรมศิลปากร ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รองอธิบดีกรมศิลปากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม และ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

               ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการมรดกโลก (วาระการดำรงตำแหน่ง พุทธศักราช ๒๕๕๒ – ๒๕๕๖)

 กลับไปด้านบนสุด
ณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก

               คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เป็นคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นภายในประเทศไทยภายหลังจากที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคี   ในอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก   ในปี พุทธศักราช   ๒๕๓๐  แล้ว คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ   ได้เสนอให้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (The National Committee on the Convention for the Protection of the World Cultural and Natural Heritage of Thailand)   ขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ เพื่อประสานการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามอนุสัญญาฯ และได้มีการปรับปรุงหน้าที่ และองค์ประกอบเป็นระยะ ๆ ต่อเนื่องมาโดยตลอด

รายนามผู้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก
๑. ศาสตราจารย์ ดร. อดุล  วิเชียรเจริญ พุทธศักราช ๒๕๓๓ –๒๕๕๑
๒. นายปองพล  อดิเรกสาร พุทธศักราช ๒๕๕๑ –๒๕๕๒
๓. รองนายกรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย พุทธศักราช ๒๕๕๒ – ปัจจุบัน

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก มีดังนี้

๑.   พิจารณาเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติต่อคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อบรรจุไว้ในบัญชีมรดกโลก รวมทั้งพิจารณาปรับปรุงแหล่งมรดกดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถานการณ์

๒.   กำกับและดูแลการปฏิบัติตามข้อบัญญัติการเข้าร่วมเป็นภาคี ในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติของโลก

๓.   ติดต่อประสานงานให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือดำเนินตามมาตรการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ที่ได้รับการขึ้นบัญชีในบัญชีมรดกโลก

๔.   พิจารณาขอความช่วยเหลือด้านวิชาการ การเงิน และผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนมรดกโลก

๕.   จัดทำรายงานผลการดำเนินงาน เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญของยูเนสโก ตามระยะเวลาที่กำหนด

๖.   แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ตามเห็นสมควรเพื่อปฏิบัติงานในหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

               คณะกรรมการแห่งชาติฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่าง ๆ ขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ เช่น ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ดังนี้
คลิก  รายชื่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก

               คณะอนุกรรมการมรดกโลกที่เกี่ยวข้องกับเขตแดน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน  และอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฏหมายเป็นเลขานุการ  มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบคือ เสนอความเห็นและท่าทีของไทยต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติ และคณะอนุกรรมการ มรดกโลกทางวัฒนธรรม เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องเรื่องเขตแดน

คลิก  คำสั่งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญามรดกโลก ที่ ๑/๒๕๕๒

               คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางธรรมชาติ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน และเลขาธิการสำนักงานนโยบาย และแผนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ด้านการเสนอชื่อ การพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติม การกำกับดูแล การประสานงาน การยกร่างรายงาน และพิจารณาดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมรดกโลกทางธรรมชาติ
คลิก  คำสั่งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญามรดกโลก ที่ ๒/๒๕๕๒

               คณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม  มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน และอธิบดีกรมศิลปากรเป็นเลขานุการ   มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ   ด้านการเสนอชื่อ   การพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติม  การกำกับดูแล   การประสานงาน การยกร่างรายงาน และพิจารณาดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับมรดกโลกทางวัฒนธรรม
คลิก คำสั่งคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญามรดกโลก ที่ ๓/๒๕๕๒

 กลับไปด้านบนสุด
 
 ติดต่อผู้ดูแลระบบ  |  แผนผังเว็บไซต์  | แลกลิงค์  |  ข้อมูลอ้างอิง  |  สนับสนุนภาพถ่าย
 
กระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๑๕ - ๒๓  ถนนบรมราชชนนี  แขวงบางบำหรุ  เขตบางพลัด  กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐  โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘
666 Borommaratchachonnani Road, Bang Phlat, Bang Bamru, Bangkok Thailand 10700 Tel. +662 422 8888