มวดที่ ๓ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการคุ้มครอง ป้องกันมรดกโลกทางวัฒนธรรม
                     และทางธรรมชาติ
 
มาตราที่ ๘
 

               ๑.  คณะกรรมการระหว่างรัฐบาล เพื่อการคุ้มครองป้องกันมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ซึ่งมีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากล เรียกว่า "คณะกรรมการมรดกโลก" ได้รับการกำหนดให้มี โดยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ในวาระเริ่มต้นประกอบด้วย ผู้แทนของรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาจำนวน ๑๕ รัฐ จากการเลือกตั้งในการประชุมสมัยสามัญสมัชชาภาคีแห่งอนุสัญญา ซึ่งจัดให้มีขึ้นระหว่างการประชุมใหญ่สมัยสามัญขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ จำนวนองค์ประกอบของคณะกรรมการมรดกโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น ๒๑ รัฐ นับจากวันประชุมสมัยสามัญสมัชชาภาคีแห่ง อนุสัญญาครั้งที่อนุสัญญามีผลบังคับใช้กับรัฐภาคีแล้ว ไม่น้อยกว่า ๔๐ รัฐ

               ๒.  การเลือกตั้งกรรมการในคณะกรรมการมรดกโลก จะต้องยึดถือหลักความเสมอภาคแห่งทวีป(ภูมิภาค) และธรรมเนียมปฏิบัติที่เป็นสากล

               ๓.  ผู้แทนขององค์กรระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษา และบูรณะปฏิสังขรณ์ทรัพย์สมบัติทางวัฒนธรรม (ICCROM), ผู้แทนของสภาสากลว่าด้วยอนุสรณ์สถานและแหล่ง (ICOMOS), ผู้แทนสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ และทรัพยากรธรรมชาติ(IUCN) หรือผู้แทนอื่นๆที่อาจเพิ่มเติมได้ตามการร้องขอของรัฐภาคีในการประชุม สมัยสามัญสมัชชาภาคีแห่งอนุสัญญา ผู้แทนขององค์กรระหว่างรัฐบาล หรือองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกันจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ในฐานะที่ปรึกษา

 
มาตราที่ ๙
 

               ๑.  กรรมการ (ซึ่งเป็นผู้แทนของรัฐภาคี) ในคณะกรรมการมรดกโลก มีวาระการดำรงตำแหน่ง นับตั้งแต่วันเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่สมัยสามัญ ในครั้งที่ได้รับการเลือกตั้งจนถึงวันเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่สมัยสามัญในครั้งที่ ๓ ถัดไป

               ๒.  กรรมการในคณะกรรมการมรดกโลก ที่ได้รับการเลือกตั้งในวาระเริ่มต้นจำนวน ๑ ใน ๓ จะหมดวาระลงในการประชุมใหญ่สมัยสามัญครั้งถัดไป จากครั้งที่ได้รับการเลือกตั้ง ส่วนกรรมการอีก ๑ ใน ๓ ต่อมา จะหมดวาระลงในการประชุมใหญ่สมัยสามัญครั้งที่ ๒ นับจากครั้งที่ได้รับการเลือกตั้ง รายนามของกรรมการในคณะกรรมการมรดกโลกที่จะต้องหมดวาระตามความที่ระบุข้างต้น ได้มาจากการจับฉลาก โดยประธานการประชุมใหญ่สมัยสามัญองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ในการเลือกตั้งของวาระเริ่มต้น

               ๓.  รัฐภาคีในคณะกรรมการมรดกโลก ควรคัดเลือกผู้แทน (เพื่อทำหน้าที่กรรมการมรดกโลก) ที่มีความรู้ความสามารถ หรือความเชี่ยวชาญมากเพียงพอด้านมรดกทางวัฒนธรรม หรือมรดกทางธรรมชาติ

 
มาตราที่ ๑๐
 

               ๑.  คณะกรรมการมรดกโลกจะต้องทำการรับรองข้อบังคับการประชุม

               ๒.  คณะกรรมการมรดกโลกอาจเชิญองค์กรของรัฐ หรือองค์กรเอกชน หรือบุคคล เข้าร่วมการประชุม เพื่อให้คำปรึกษาได้ในบางครั้ง

               ๓.  คณะกรรมการมรดกโลกอาจจัดตั้งองค์กรที่ปรึกษา    เพื่อช่วยปฏิบัติงานตามภารกิจได้    เมื่อเห็นว่าจำเป็น

 
มาตราที่ ๑๑
 

                ๑.  หากเป็นไปได้รัฐภาคีแห่งอนุสัญญา จะต้องยื่นบัญชีรายการทรัพย์สมบัติหรือทรัพย์สิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติ   ที่ตั้งอยู่ในดินแดนของตน ซึ่งรัฐภาคีเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อ ตามที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่ ๒ ของมาตรานี้ เสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลก บัญชีรายการฯ ดังกล่าว ซึ่งถึงแม้จะยังไม่มีการพิจารณาอย่างละเอียด แต่ก็ควรแนบเอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับที่ตั้ง และคุณค่าความสำคัญต่างๆ ประกอบมาพร้อมกันด้วย

               ๒.  ตามข้อมูลหลักฐานในบัญชีรายการมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติ ที่รัฐภาคียื่นเสนอตามย่อหน้าที่ ๑ ของมาตรานี้ คณะกรรมการมรดกโลก จะพิจารณาบรรจุไว้ใน "บัญชีรายชื่อมรดกโลก" ที่จะมีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันและเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง "บัญชีรายชื่อมรดกโลก" จะต้องเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และมรดกทางธรรมชาติ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๑ และ ๒ แห่งอนุสัญญา ที่ได้รับการพิจารณาเห็นว่า มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากลตามเกณฑ์มาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ บัญชีรายชื่อที่เป็นปัจจุบันจะถูกเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วกันทุกๆ ๒ ปี เป็นอย่างน้อย

               ๓.  การพิจารณาบรรจุทรัพย์สมบัติหรือทรัพย์สินที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติให้อยู่ใน "บัญชีรายชื่อมรดกโลก" จะต้องได้รับความยินยอมจากรัฐภาคีที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ทรัพย์สมบัติหรือทรัพย์สินที่จะพิจารณาบรรจุไว้ใน "บัญชีรายชื่อมรดกโลก" มีที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตหรืออำนาจอธิปไตย หรือเขตอำนาจศาลมากกว่าหนึ่งรัฐจะต้องไม่เป็นเหตุให้เกิดการโต้แย้งจากรัฐภาคีที่เกี่ยวข้อง

               ๔.  ตามกรณีแวดล้อมหรือเหตุจำเป็นคณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาจัดทำ "บัญชีรายชื่อมรดกโลกในภาวะอันตราย" ซึ่งหมายถึงบัญชีรายชื่อของมรดกโลกที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการอนุรักษ์ครั้งใหญ่ หรือให้ความช่วยเหลือตามการร้องขอภายใต้อนุสัญญา การดำเนินการอนุรักษ์มรดกโลกในภาวะอันตรายแต่ละแหล่ง จะต้องประมาณการค่าใช้จ่ายในแต่ละกิจกรรมไว้ด้วย "บัญชีรายชื่อมรดกโลกในภาวะอันตราย" อาจหมายรวมถึงมรดกโลกที่ได้รับอันตรายอย่างรุนแรงในองค์ประกอบบางส่วนหรือมีความเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็วรุนแรงที่อาจเป็นเหตุให้เสื่อมสลายหายไป หรือมีโครงการ/กิจกรรมพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐหรือของเอกชน เพื่อขยายเมืองหรือส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือการทำลายอันมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือเจ้าของที่ดิน หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างมากอันหาสาเหตุมิได้ หรือการปล่อยปละละทิ้งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง หรือการจราจล   หรือการสงคราม   หรือความหายนะและกลียุค  ได้แก่   อัคคีภัยที่ร้ายแรง  แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม ภูเขาไฟระเบิด การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำ น้ำท่วม และกระแสคลื่น คณะกรรมการมรดกโลกในกรณีฉุกเฉิน อาจบรรจุมรดกโลกดังกล่าวไว้ใน "บัญชีรายชื่อมรดกโลกในภาวะอันตราย" และเผยแพร่แก่สาธารณะในทันทีเมื่อใดก็ได้

               ๕.  คณะกรรมการมรดกโลก จะต้องจัดทำหลักเกณฑ์ และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องของการบรรจุมรดกทางวัฒนธรรม และมรดกทางธรรมชาติไว้ใน "บัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก" และ "บัญชีรายชื่อมรดกโลกในภาวะอันตราย" ตามที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่ ๒ และ ๔ ของมาตรานี้

               ๖.  ก่อนการปฏิเสธคำร้องขอ การบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อใดรายชื่อหนึ่งของสองบัญชี ตามที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่ ๒ และ ๔ ของมาตรานี้ คณะกรรมการมรดกโลก จะกระทำการหารือกับรัฐภาคี อันเป็นที่ตั้งของมรดกทางวัฒนธรรม และมรดกทางธรรมชาติที่มีปัญหาดังกล่าวก่อน

               ๗.  คณะกรรมการมรดกโลก ภายใต้การตกลงกับรัฐภาคีที่เกี่ยวข้อง จะให้ความร่วมมือและส่งเสริมการศึกษาวิจัยที่จำเป็น สำหรับการจัดทำบัญชีรายชื่อตามที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่ ๒ และ ๔ ของมาตรานี้

 
มาตราที่ ๑๒
 

               โดยความจริงแท้แล้ว   ทรัพย์สมบัติหรือทรัพย์สินอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และมรดกทางธรรมชาติ ที่ยังมิได้รับการบรรจุไว้ใน   บัญชีรายชื่อทั้งสองบัญชีตามที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่ ๒ และ ๔ ของมาตรา ๑๑ มิได้ถูกตีความว่าไม่มีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากลแต่ประการใด ทั้งนี้เนื่องจากบัญชีรายชื่อทั้งสองบัญชี เป็นผลสัมฤทธิ์มาจากวัตถุประสงค์เฉพาะด้านเท่านั้น

 
มาตราที่ ๑๓
 

               ๑.  คณะกรรมการมรดกโลกจะรับ   และศึกษาคำร้องขอความช่วยเหลือระหว่างประเทศ    สำหรับทรัพย์สมบัติและทรัพย์สิน ที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติของรัฐภาคี ตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งรวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการบรรจุไว้ในบัญชีรายชื่อตามที่ระบุไว้ในย่อหน้าที่ ๒ และ ๔ ของมาตรา ๑๑ วัตถุประสงค์ของคำร้องขอดังกล่าว  ควรเป็นไปเพื่อการคุ้มครองป้องกัน  การอนุรักษ์ การนำเสนอ หรือการทนุบำรุงรักษามรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติเท่านั้น

               ๒.  คำร้องขอความช่วยเหลือระหว่างประเทศภายใต้ย่อหน้าที่ ๑ ของมาตรานี้ ควรมีรายละเอียดการจำแนกแยกแยะในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สมบัติ หรือทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๑ และ ๒ ที่ชัดเจนเพียงพอ และเมื่อผลการสอบสวนเบื้องต้นปรากฏแล้ว การสอบสวนในลำดับถัดไป จะต้องแสดงหลักฐานประกอบด้วย

               ๓.  คณะกรรมการมรดกโลก    มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจว่าสมควรดำเนินการอย่างไรและเมื่อไหร่ เกี่ยวกับการร้องขอต่างๆ ตามความเหมาะสมบนพื้นฐานแห่งข้อมูล และสาระสำคัญของการร้องขอนั้นๆ ทั้งนี้ โดยการประสานการจัดกิจกรรมร่วมกับรัฐที่เกี่ยวข้อง

               ๔.  คณะกรรมการมรดกโลก มีอำนาจในการจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินงานต่างๆ การจัดลำดับดังกล่าว พึงตระหนักถึงลำดับความสำคัญของการคุ้มครองป้องกันที่ทรัพย์สมบัติ    หรือทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม หรือมรดกทางธรรมชาตินั้นต้องการ    นอกจากนั้น   ยังควรคำนึงถึงระดับความเป็นตัวแทนของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ หรืออัจฉริยภาพการสร้างสรรของมนุษย์ หรือประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และความเร่งด่วนของงานที่จะต้องดำเนินการ รวมทั้งทรัพยากรที่พอจะจัดหาได้ในรัฐภาคี อันเป็นที่ตั้งของทรัพย์สมบัติหรือทรัพย์สิน ตลอดจนขีดความสามารถในการปกปักรักษาทรัพย์สมบัติ หรือทรัพย์สินโดยวิธีการของรัฐภาคีนั้นเอง

               ๕.  คณะกรรมการมรดกโลกรับที่จะจัดทำ ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน และจัดพิมพ์เผยแพร่บัญชีรายชื่อมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากความช่วยเหลือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

               ๖.  คณะกรรมการมรดกโลกมีอำนาจในการตัดสินใจใช้ทรัพยากร จากกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา ๑๕ แห่งอนุสัญญา รวมทั้งมีหน้าที่ในการแสวงหาวิธีการ และดำเนินการต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการเพิ่มพูนทรัพยากรให้แก่กองทุน

               ๗.  คณะกรรมการมรดกโลกรับที่จะประสานความร่วมมือกับองค์กรของรัฐ องค์กรรัฐบาลระหว่างประเทศ และองค์กรพัฒนาเอกชน ที่มีวัตถุประสงค์เช่นเดียวกันเพื่อสนับสนุนอนุสัญญา ในการปฏิบัติงานตามแผนงานและโครงการ คณะกรรมการอาจขอรับความร่วมมือจากองค์กรเหล่านี้ รวมทั้งบุคคลอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร โดยเฉพาะศูนย์ระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษาและบูรณะปฏิสังขรณ์ทรัพย์สมบัติทางวัฒนธรรม (ICCROM) หรือสภาสากลว่าด้วยอนุสรณ์สถานและแหล่ง (ICOMOS) หรือสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN)

               ๘.  การตัดสินใจใดๆ ของคณะกรรมการมรดกโลก จะต้องได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกเสียงข้างมากที่เข้าร่วมการประชุมเป็นจำนวนไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ขององค์ประชุม

 
มาตราที่ ๑๔
 

               ๑.  การปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมการมรดกโลก จะได้รับความช่วยเหลือจากสำนักงานเลขานุการ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ

               ๒.  ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ จะใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและศักยภาพด้านวิชาการในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง จากศูนย์ระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษาและบูรณะปฏิสังขรณ์ทรัพย์สมบัติทางวัฒนธรรม (ICCROM) สภาสากลว่าด้วยอนุสรณ์สถานและแหล่ง (ICOMOS) และสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) อย่างเต็มที่เท่าที่จะสามารถกระทำได้ ในการจัดเตรียมเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งระเบียบวาระการประชุมให้แก่คณะกรรมการ ตลอดจนรับผิดชอบในการดำเนินการต่างๆ ตามมติ หรือการตัดสินใจของคณะกรรมการ

 
 อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ
หมวดที่ ๑  นิยามของมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ
หมวดที่ ๒  การคุ้มครองป้องกันมรดกทางวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติในระดับชาติและระดับนานาชาติ
หมวดที่ ๓  คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการคุ้มครองป้องกันมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ
หมวดที่ ๔  กองทุนเพื่อการคุ้มครองป้องกันมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ
หมวดที่ ๕  เงื่อนไขและการบริหารจัดการความช่วยเหลือระหว่างประเทศ
หมวดที่ ๖  แผนงานการศึกษา
หมวดที่ ๗  รายงาน
หมวดที่ ๘  (หมวดสุดท้าย)
 ย้อนกลับ อนุสัญญามรดกโลก
 
 ติดต่อผู้ดูแลระบบ  |  แผนผังเว็บไซต์  | แลกลิงค์  |  ข้อมูลอ้างอิง  |  สนับสนุนภาพถ่าย
 
กระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๑๕ - ๒๓  ถนนบรมราชชนนี  แขวงบางบำหรุ  เขตบางพลัด  กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐  โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘
666 Borommaratchachonnani Road, Bang Phlat, Bang Bamru, Bangkok Thailand 10700 Tel. +662 422 8888