FAQ - คำถามที่พบบ่อย

มรดกโลกแห่งแรกของประเทศไทยคือแห่งใด
คณะกรรมการมรดกโลกปัจจุบันที่เป็นคนไทยมีชื่อว่าอะไร
หลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นมรดกโลกมีอะไรบ้าง
มรดกโลกมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
สัญลักษณ์มรดกโลก มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร สื่อความหมายอะไรบ้าง
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมคืออะไร
มรดกโลกคืออะไร
อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คืออะไร
การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกมีขั้นตอนและวิธีการพิจารณาอย่างไรบ้าง
ใครเป็นผู้เสนอรายชื่อแหล่งเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
กองทุนมรดกโลกคืออะไร และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
การคัดชื่อแหล่งมรดกโลกออกจากบัญชีมีขั้นตอนและวิธีการพิจารณาอย่างไรบ้าง

มรดกโลกแห่งแรกของประเทศไทยคือแห่งใด

 

มรดกโลกแห่งแรกของไทย ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีเดียวกัน จำนวน ๓ แหล่ง คือ

๒๕๓๔ (๑๙๙๑) - วัฒนธรรม - นครประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร

๒๕๓๔ (๑๙๙๑) - วัฒนธรรม - นครประวัติศาสตร์อยุธยาและเมืองบริวาร

๒๕๓๔ (๑๙๙๑) - ธรรมชาติ - เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง

คณะกรรมการมรดกโลกปัจจุบันที่เป็นคนไทยมีชื่อว่าอะไร

 

               ดร. โสมสุดา ลียะวณิช ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (พุทธศักราช ๒๕๕๒ – ปัจจุบัน) และผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการมรดกโลก (วาระการดำรงตำแหน่ง พุทธศักราช ๒๕๕๒ – ๒๕๕๖)

หลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นมรดกโลกมีอะไรบ้าง

 

               เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ มีข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ทั้งหมด ๖ ข้อสำหรับมรดกโลกทางวัฒนธรรม และ ๔ ข้อสำหรับมรดกโลกทางธรรมชาติในการพิจารณาให้เป็นแหล่งมรดกโลก ดังนี้

หลักเกณฑ์ทางวัฒนธรรม

  (i)

เป็นตัวแทนในการแสดงผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์

  (ii)

เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม

  (iii) เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว
  (iv)

เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

  (v)

เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ ขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่ายจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตามกาลเวลา

  (vi) มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

หลักเกณฑ์ทางธรรมชาติ

  (vii)

เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการเป็นตัวแทนในวิวัฒนาการสำคัญต่างๆ ในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก

  (viii)

เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางธรณีวิทยาหรือวิวัฒนาการ ทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ เช่น ภูเขาไฟ เกษตรกรรมขั้นบันได

  (ix)

เป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากหรือสวยงามเป็นพิเศษ เช่น แม่น้ำ น้ำตก ภูเขา

  (x)

เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย

มรดกโลกมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

 

               มรดกโลกแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) และ มรดกทางธรรมชาติ (Natural Heritage) ซึ่งในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกได้ให้คำนิยามไว้ว่า

               มรดกทางวัฒนธรรม หมายถึง สถานที่ซึ่งเป็นโบราณสถานไม่ว่าจะเป็นงานด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม หรือแหล่งโบราณคดีทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำ หรือกลุ่มสถานที่ก่อสร้างยกหรือเชื่อมต่อกันอันมีความเป็นเอกลักษณ์ หรือแหล่งสถานที่สำคัญอันอาจเป็นผลงานฝีมือมนุษย์หรือเป็นผลงานร่วมกันระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ รวมทั้งพื้นที่ที่เป็นแหล่งโบราณคดี ซึ่งสถานที่เหล่านี้มีคุณค่าความล้ำเลิศทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ มนุษยวิทยา หรือวิทยาศาสตร์

               มรดกทางธรรมชาติ หมายถึง สภาพธรรมชาติที่มีลักษณะทางกายภาพและชีวภาพอันมีคุณค่าเด่นชัดในด้านความล้ำเลิศทางวิทยาศาสตร์ หรือเป็นสถานที่ซึ่งมีสภาพทางธรณีวิทยาและภูมิประเทศที่ได้รับการวิเคราะห์แล้วว่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพันธุ์พืชและสัตว์ ซึ่งถูกคุกคาม หรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของพืชหรือสัตว์ที่หายาก เป็นต้น

สัญลักษณ์มรดกโลก มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร สื่อความหมายอะไรบ้าง

 

               สัญลักษณ์มรดกโลก ประกอบด้วยรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรขาคณิต เชื่อมโยงอยู่ภายใน รูปทรงกลม ล้อมรอบด้วยอักษร ๓ ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ (WORLD HERITAGE) ภาษาสเปน (PATRIMONIO MUNDIAL) และภาษาฝรั่งเศส (PATRIMOINE MONDIAL) โดยอธิบายความหมายว่า รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เปรียบเสมือนตัวแทนของสรรพสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายในวงกลมอันเป็นตัวแทนของธรรมชาติ สภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมขึ้นเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ และ อักษรมรดกโลกภาษาต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ แทนการปกป้องมรดกโลกทุกแห่งไว้ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจ จากมวลมนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษา

ภูมิทัศน์วัฒนธรรมคืออะไร

 

               ภูมิทัศน์วัฒนธรรม (Cultural landscape) คือพื้นที่ที่ได้รับการนิยามไว้โดยกรรมาธิการมรดกโลกว่าเป็นพื้นที่เด่นทางภูมิศาสตร์ หรือทรัพย์สินที่ “...เป็นตัวแทนของธรรมชาติและผลงานของมนุษย์” ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะ แนวคิดนี้เกิดจากการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาขึ้นในแวดวงของมรดกโลกนานาชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระหว่างประเทศที่จะไกล่เกลี่ยปรองดองตามคติ “ทวินิยมแห่งธรรมชาติและวัฒนธรรม” ที่โด่งดังแพร่หลายมากในโลกตะวันตก

                กรรมาธิการมรดกโลกได้บ่งชี้และรับรองประเภทของภูมิทัศน์วัฒนธรรมไว้ 3 ประเภท ได้แก่
  (๑) ภูมิทัศน์ที่เกิดจากการจงใจของมนุษย์
  (๒) ภูมิทัศน์ทั้งหมดที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทั้งด้วยความจงใจทำ และไม่ได้จงใจทำ
  (๓) ภูมิทัศน์ที่มีร่องรอยการปรุงแต่งโดยมนุษย์น้อยที่ (แต่มีคุณค่าสูง)

               ภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่คัดจาก “แนวทางปฏิบัติของกรรมาธิการ” มีดังนี้
  (๑) ภูมิทัศน์ที่ได้รับการออกแบบและสรรค์สร้างอย่างจงใจโดยมนุษย์
  (๒) ภูมิทัศน์ที่มีวิวัฒนาการมาในเชิงอินทรีย์ (Organically evolved) ซึ่งอาจเป็น “ภูมิทัศน์แผ่นดินร้าง” (หรือซากดึกดำบรรพ์) หรือ “ภูมิทัศน์ต่อเนื่อง” (continuing landscape)
  (๓) ภูมิทัศน์วัฒนธรรมเชิงเชื่อมโยง (Associative cultural landscape) ที่อาจมีคุณค่าทางศาสนา ศิลปะหรือที่เชื่อมโยงทางวัฒนธรรมกับองค์ประกอบทางธรรมชาติ

มรดกโลกคืออะไร

 

               คือสถานที่ อันได้แก่ ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงเมือง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๕ เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติ หรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา   และควรจะปกป้องสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไร   เพื่อให้ได้ตกทอดไปถึงอนาคต อาทิเช่น เมมฟิสและสุสานโบราณ ประเทศอียิปต์  เกรท แบริเออร์ รีฟ(แนวปะการังใหญ่) ประเทศออสเตรเลีย หมู่เกาะกาลาปาโกส ประเทศเอกวาดอร์ ทัชมาฮัล ประเทศอินเดีย แกรนด์แคนยอน ประเทศสหรัฐอเมริกา หรืออะโครโพลิส ประเทศกรีซ เหล่านี้เป็นตัวอย่างจากทั้งหมด ๘๙๐ แห่งทั่วโลก ซึ่งแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม และมรดกโลกทางธรรมชาติ

อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คืออะไร

 

               อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือในหมู่ประเทศภาคี ในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสม ทั้งด้านนโยบายการบริหารเทคนิคและการเงิน เพื่อสงวนรักษา คุ้มครองและส่งเสริม มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติให้คงอยู่ต่อไป

การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกมีขั้นตอนและวิธีการพิจารณาอย่างไรบ้าง

 

               ประเทศที่ต้องการเสนอชื่อสถานที่ในประเทศของตนให้ได้รับการพิจารณาให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อันดับแรกจะต้องจัดทำบัญชีรายชื่อสถานที่ที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทั้งหมดภายในประเทศของตน บัญชีนี้จะเรียกว่า บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะมีเพียงสถานที่ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีนี้เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ได้รับการเสนอชื่อ ขั้นต่อมา ประเทศนั้นๆจะต้องเลือกรายชื่อสถานที่ที่ต้องการเสนอชื่อมาจากบัญชีรายชื่อเบื้องต้น เพื่อจัดทำเป็นแฟ้มข้อมูล (Nomination File) โดยทางศูนย์มรดกโลกอาจให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการจัดทำแฟ้มข้อมูลนี้

               เมื่อถึงขั้นตอนนี้ แฟ้มข้อมูลจะถูกตรวจสอบ   และพิจารณาจากองค์กรที่ปรึกษา  ได้แก่ “สภาระหว่างประเทศว่าด้วยโบราณสถานและแหล่งโบราณคดี” (The International Council on Monuments and Sites หรือ ICOMOS) และ "ศูนย์ระหว่างชาติว่าด้วยการศึกษา การอนุรักษ์ และปฏิสังขรณ์สมบัติทางวัฒนธรรม" (The International Centre for the Study of the Preservation and Restoration of the Cultural Property หรือ ICCROM) ในส่วนของมรดกทางวัฒนธรรมและ "สหภาพการอนุรักษ์โลก" (The World Conservation Union หรือ IUCN) ในส่วนของมรดกทางธรรมชาติ แล้วทั้งสามองค์กรนี้จะยื่นข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการมรดกโลก ทางคณะกรรมการจะมีการประชุมร่วมกันปีละหนึ่งครั้ง เพื่อตัดสินว่าสถานที่ที่มีการเสนอชื่อแห่งใดบ้างที่ควรได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หรือทางคณะกรรมการอาจร้องขอให้ประเทศที่เสนอชื่อได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เพิ่มเติม โดยการพิจารณาว่าจะขึ้นทะเบียนสถานที่แห่งใดจะต้องมีลักษณะตามเกณฑ์มาตรฐานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ

ใครเป็นผู้เสนอรายชื่อแหล่งเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

 

               การนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ   เพื่อให้บรรจุไว้ใน   "บัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก"   (World Heritage List) จะกระทำได้โดยรัฐบาลแห่งประเทศภาคีสมาชิก ผู้มีอำนาจอธิปไตยเหนือแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาตินั้นๆ เท่านั้น

กองทุนมรดกโลกคืออะไร และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

 

               อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ได้จัดตั้ง "กองทุนมรดกโลก" ขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ เพื่อเป็นเงินทุนในการดำเนินการต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของอนุสัญญาฯ รายได้กองทุนมรดกโลกมีที่มาจากค่าบำรุงประจำปีของสมาชิกรัฐภาคี เงินบริจาคจากประเทศต่างๆ รวมทั้งองค์กรและบุคคลโดยทั่วไป

               การใช้จ่ายเงินกองทุนมรดกโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปกป้องคุ้มครองและการอนุรักษ์มรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ รวมทั้งเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งมรดกโลกในภาวะอันตรายในกรณีเร่งด่วน

               รัฐภาคีมีสิทธิ์นำเสนอโครงการเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนมรดกโลกนี้ภายใต้ขอบเขตด้านการศึกษาวิจัย ด้านเทคนิค และผู้เชี่ยวชาญ ด้านการฝึกอบรม และเครื่องมืออุปกรณ์ ขณะเดียวกันในกรณีพิเศษรัฐภาคีอาจขอกู้ยืมเงินจากกองทุนฯ ได้ในระยะยาวและปลอดดอกเบี้ย

การคัดชื่อแหล่งมรดกโลกออกจากบัญชี มีขั้นตอนและวิธีการพิจารณาอย่างไรบ้าง

 

               - คณะกรรมการฯ จะพิจารณาคัดชื่อแหล่งมรดกโลกออกจากบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกได้ตามระเบียบที่วางไว้ในกรณีที่

  ๑. แหล่งมรดกนั้นได้รับความเสียหายจนสูญเสียลักษณะที่ชัดเจนของตัวเอง
  ๒. แหล่งมรดกนั้นได้รับการบุกรุกทำลายโดยมนุษย์ระหว่างการพิจารณา หรือไม่ได้รับการจัดการตามมาตรการหรือโครงร่างแผนงานต่างๆ ตามเวลาที่ภาคีประเทศนั้นๆ เสนอต่อคณะกรรมการ

               - ดังนั้นหากมีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นแก่แหล่งมรดกต่างๆ ทั้งที่ได้รับการพิจารณาหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาให้เข้าในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก ประเทศภาคีที่เป็นเจ้าของจะต้องแจ้งให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ทราบโดยทันที

               - เมื่อเลขานุการฯ ได้รับแจ้งถึงความเสียหายที่มีต่อแหล่งมรดกนั้นๆ (ไม่ว่าจะโดยทราบจากประเทศภาคี หรือจากแหล่งข้อมูลใดก็ตาม) ก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ กับประเทศภาคี และจะแจ้งให้คณะทำงานตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม (ยกเว้นแต่มีความเห็นจากประธาน ฯ ว่า ไม่ควรดำเนินการพิจารณาต่อไป รวมทั้งขอความเห็นจากองค์การที่ปรึกษาต่างๆ คือ ICOMOS และ IUCN และ ICCROM (The International Center for the Study of the Preservation and Restoration of Cultural Property in Rome) เพื่อมอบให้คณะทำงานนำไปประกอบการพิจารณาต่อไป

               - ในที่สุดคณะกรรมการฯ จะตรวจสอบข้อมูลและความเห็นของคณะทำงาน และจะพิจารณาออกเสียงโดยถือตามเสียง ๒ ใน ๓ ของที่ประชุม ทั้งนี้ การพิจารณาคัดชื่อออกดังกล่าว จะต้องเปิดโอกาสให้ประเทศภาคีนั้นๆ ได้ให้เหตุผลและตอบคำถามต่างๆ ร่วมด้วย และต้องผ่านการตรวจสอบการมีลักษณะทางธรรมชาตินั้นๆ อย่างแท้จริง ซึ่งได้แก่

                    ๑. พื้นที่ในข้อ (๑) ข้างต้น จะต้องมีลักษณะที่แท้จริงของความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบภายในยุคนั้นๆ
                    ๒. พื้นที่ในข้อ (๒) ข้างต้น จะต้องมีขนาดและองค์ประกอบสำคัญๆ ที่แสดงถึงกระบวนการตลอดจนลักษณะเฉพาะพื้นที่นั้น ๆ อย่างชัดเจน เช่น ความสูงจากระดับน้ำทะเล หรือลักษณะดิน เป็นต้น
                    ๓. พื้นที่ในข้อ (๓) ข้างต้น จะต้องมีองค์ประกอบด้านระบบนิเวศน์ของตนเอง เพื่อการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในพื้นที่นั้นๆ เช่น การมีทิศทางการไหลผ่านที่แน่นอนของแนวปะการังที่สวยงาม เป็นต้น
                    ๔. พื้นที่ในข้อ (๔) ข้างต้น ควรมีขนาดและองค์ประกอบในการดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ที่หายากนั้นๆ อย่างเพียงพอ
                    ๕. ในกรณีของสัตว์ที่มีการอพยพย้ายถิ่น ควรมีการคุ้มครองพื้นที่ที่สัตว์จะย้ายไปอยู่เช่นกัน ทั้งนี้ควรมีข้อตกลงของประเทศที่เกี่ยวข้องเสียก่อน
                    ๖. พื้นที่ในข้อ (๑) ถึง (๔) จะต้องได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย เช่น ในรูปของอุทยานแห่งชาติ หากไม่มีก็ควรมีแผนการจัดการที่จะนำไปปฏิบัติต่อไปได้

หมายเหตุ :
(๑)   เป็นสิ่งแสดงหรือบอกถึงยุคหรือช่วงที่สำคัญของวิวัฒนาการของโลกอย่างชัดเจน
(๒)   เป็นสิ่งแสดงหรือบอกถึงกระบวนการทางธรณีวิทยา วิวัฒนาการทางชีววิทยา ตลอดจนปฏิสัมพันธ์ที่มนุษย์มีต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในแบบต่าง ๆ ซึ่งแตกต่างกันตามช่วงพัฒนาการของโลก
(๓)   เป็นแหล่งปรากฏการณ์ธรรมชาติที่พิเศษ เช่น พื้นที่ซึ่งยังมีระบบนิเวศและธรรมชาติที่สวยงามอันมีชื่อเสียง หรือแม้แต่พื้นที่ซึ่งมีระบบนิเวศน์และองค์ประกอบด้านอารยธรรมที่มีชื่อเสียง
(๔)   เป็นแหล่งอาศัยที่สำคัญของพืชและสัตว์ที่หายากซึ่งมีชื่อเสียง
(๕)   ในกรณีของสัตว์ที่มีการอพยพย้ายถิ่น ควรมีการคุ้มครองพื้นที่ที่สัตว์จะย้ายไปอยู่เช่นกัน ทั้งนี้ควรมีข้อตกลงของประเทศที่เกี่ยวข้องเสียก่อน
(๖)   พื้นที่ในข้อ (๑) ถึง (๔) จะต้องได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย เช่น ในรูปของอุทยานแห่งชาติ หากไม่มีก็ควรมีแผนการจัดการที่จะนำไปปฏิบัติต่อไปได้

ที่มา : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 


 
 ติดต่อผู้ดูแลระบบ  |  แผนผังเว็บไซต์  | แลกลิงค์  |  ข้อมูลอ้างอิง  |  สนับสนุนภาพถ่าย
 
กระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๑๕ - ๒๓  ถนนบรมราชชนนี  แขวงบางบำหรุ  เขตบางพลัด  กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐  โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘
666 Borommaratchachonnani Road, Bang Phlat, Bang Bamru, Bangkok Thailand 10700 Tel. +662 422 8888