ปัญหาทางหลวงสาย ๓๐๔
จากกรณีที่ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม มีโครงการที่จะขยายถนนเส้น ๓๐๔ กบินทร์บุรี-ปักธงชัย ถนนที่ผ่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน จาก ๒ เลน เป็น ๔ เลน โดยได้ไถพื้นที่ป่าไปแล้วกว่า ๔ กม.
ทางด้าน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งมีหน้าที่ดูแลโครงการเฉลิมฉลองผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กล่าวถึงโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ว่าเป็นแผนเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงคมนาคม ที่นำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ที่มีนายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นเป็นประธาน เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘
กรมอุทยาน ยังมีความเห็นอีกว่า ถนน ๓๐๔ ที่ผ่านระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลานและเขาใหญ่ โดยเฉพาะกม.ที่ ๒๗-๒๙ และกม.ที่ ๔๒-๔๘ มีความเหมาะสมที่จะทำให้ป่าเชื่อมต่อกันได้ และควรสร้างเป็นสะพานยกสูงสำหรับให้รถวิ่งด้านบน ส่วนด้านล่างก็ปลูกป่า ทำแนวรั้วถนนเพื่อให้สัตว์อพยพเคลื่อนย้ายหากันได้ อีกทั้งเรื่องนี้ยังเป็นไปตามแผนงานที่ รัฐบาลไทยต้องนำเสนอความคืบหน้าให้คณะกรรมการมรดกโลก (ยูเนสโก) ในปี พุทธศักราช ๒๕๕๐ หลังการเป็นมรดกโลกด้วย นอกจากนั้นทางไทยต้องนำเสนอแผนแม่บทการจัดการผืนมรดกโลกแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้แผนแม่บทจัดทำเสร็จแล้ว และเตรียมจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องราชการ และท้องถิ่น ในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนจะมีงานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑ ปี
ทางป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ยังได้รับงบสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย จำนวน ๖๐ ล้านบาท สำหรับจัดทำแนวเชื่อมต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และเชื่อมผืนป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน-ตะวันตก เทือกเขาตะนาวศรี เพื่อศึกษาการเดินทางของสัตว์ที่เดินทางข้ามระหว่างป่าไทยกับป่าพม่าด้วย ขณะนี้กรมอุทยานเตรียมจะพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ในวันที่ ๙ พฤษภาคมนี้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมอุทยานพยายามนัดคุยกับกรมทางหลวง เพื่อหารือในประเด็นนี้ แต่มีการเลื่อนนัดมาหลายครั้ง จนล่าสุดได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะมีการประชุมกันในวันที่ 18 พฤษภาคม นี้
กรมอุทยานยังได้ทำหนังสือมาที่กรมทางเพื่อให้ทำเป็นสะพานยกสูง เพื่อแบ่งพื้นที่ข้างบนให้รถผ่าน ด้านล่างให้เป็นทางสัตว์ผ่าน แต่เนื่องจากต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่กรมทางมีงบประมาณน้อย และจำเป็นขยายถนน ๔ เลน ซึ่งรวมแล้วมีความกว้างเพียง ๑๗-๑๘ เมตร เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่มีรถบรรทุกหนักวิ่งผ่านกว่า ๕,๐๐๐ คันต่อวัน และลดปัญหาอุบัติเหตุเนื่องจากเกาะกลางเป็นการทำชั่วคราวเท่านั้น ทั้งนี้ ต้องรอคณะกรรมการมรดกโลกยูเนสโกทำการศึกษาความเป็นไปได้ที่เชื่อมผืนป่าบนถนน ๓๐๔ เพื่อพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง
แต่สิ่งที่ร้ายที่สุดก็คือแหล่งมรดกโลกนี้ถูกถอดถอนจากการเป็นมรดกโลก เพราะพึ่งได้รับการลงทะเบียนเป็นผืนป่ามรดกโลกไม่ถึงปี แต่กลับมีการบุกรุกและดำเนินการที่อาจจะเป็นการเสียหายแก่มรดกโลกผืนนี้ ทั้งที่ไทยได้ประกาศตัวเองว่าจะดูแลรักษาให้ดี เหมือนกับว่าเราโกหกประเทศ และอาจจะเป็นเหตุให้ถูกปลดจากการเป็นมรดกโลกได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติเสียหน้าอย่างมาก รวมทั้งยังจะเสียหายไปยังพื้นที่อื่นที่ไทยกำลังจะขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติในอนาคต เช่น อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และบริเวณเทือกเขาเพชรบูรณ์ เป็นต้น
ปัญหาเรื่องเขื่อน
นายอดุล วิเชียรเจริญ ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกกล่าวว่า การที่กรมชลประทานยังไม่ยกเลิกโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ ๓ แห่งในพื้นที่แหล่งมรดกโลกแห่งนี้นั้นทำให้น่าเป็นห่วงว่าแหล่งมรดกโลกแห่งนี้อาจถูกถอนออกจากการเป็นมรดกโลก ซึ่งแหล่งมรดกโลกที่เคยถูกถอดถอนและถูกปลดมาอยู่ในภาวะอันตรายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งนับเป็นภัยคุกคามที่ร้างแรง เพราะจะทำให้มีปัญหาขยะ น้ำเสีย โดยในการประชุมประจำปี พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้คณะกรรมการมรดกโลกได้ลงมติให้หมู่เกาะกาลาปากอส ประเทศเอกวาดอร์ ถูกปลดสถานภาพไปอยู่ในภาวะอันตราย เช่นเดียวกับที่อุทยานแห่งชาตินีโอโกโล-โกโบ ประเทศเซเนกัล ซึ่งมีปัญหาการก่อสร้างเขื่อน
ด้านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ กล่าวว่า จะสอบถามไปยังกรมชลประทานว่า ยังมีโครงการนี้อยู่หรือไม่ ยอมรับว่าคงไม่สามารถสั่งระงับโครงการได้ หากกรมชลประทานจะเดินหน้าศึกษาความเหมาะสมก็ถือว่าทำได้ ส่วนจะก่อสร้างได้หรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) กล่าวว่า โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณพื้นที่ป่า ห้วยโสมง ใสน้อย และใสใหญ่ เป็นเพียง ๒ ใน ๑๒ โครงการ ที่กรมชลประทานเคยได้รับอนุมัติตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ ก่อนที่จะมีกฎหมายสิ่งแวดล้อม ปี พุทธศักราช ๒๕๓๕ ที่ระบุให้ต้องทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โครงการนี้ถูกนำมาปัดฝุ่นเป็นโครงการแก้ไขปัญหาน้ำภาคตะวันออก และคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘ หลังจากดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในวันที่ ๑๔ กรกฎาคมปีเดียวกัน และล่าสุด กรมชลประทานได้ให้ทีมอาจารย์จากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม ศึกษาทางด้านวิศวกรรม
การฟื้นฟูป่า
เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๐ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และทางเทสโก้โลตัส ได้ร่วมลงนามการดำเนินโครงการ "๙ ล้านกล้า ๘๐ พรรษามหามงคล" โดยมีเป้าหมายที่จะปลูกป่าให้ครบ ๙๐ ล้านต้น บนเนื้อที่ ๒๕,๐๐๐ ไร่ ภายในเวลา ๕ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ถึง ๒๕๕๕ โดยจะดำเนินการปลูกในเขตพื้นที่ของป่าดงพญาเย็น บริเวณ ๕ จังหวัด |