ย้อนอดีต ภูพระบาท ว่าที่มรดกโลก

                นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้มาเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี    แต่ถือเป็นครั้งแรกที่รู้สึกสนุกตื่นเต้นไปการเดินชมเพิงผา   แท่งเสาหิน   โขดหิน   ถ้ำ    รวมไปถึงภาพเขียนสีโบราณ    ที่ปรากฏอยู่ตามที่ต่างๆ    ภายในภูพระบาท เพราะเรื่องราวอันน่าสนใจจากทีมนักโบราณคดี โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของภูพระบาท ที่ในตอนนี้ไทยนำเสนอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้ถูกถ่ายทอดมาเป็นระยะๆ ระหว่างใช้เวลาเดินทางอันยาวนานจากกรุงเทพฯ สู่เมืองอุดร     ซึ่งเป็นการเดินทางร่วมกันในโครงการสื่อมวลชนสัญจร " เส้นทางสู่มรดกโลก...จากภูพระบาท...ถึงบ้านเชียง "  มีกรมศิลปากรเป็นผู้เชื้อเชิญ
 

               ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ธรรมดา เพราะว่ามีร่องรอยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าภูพระบาทเป็นตัวแทนของอารยธรรมที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ มาแล้ว พบภาพเขียนโบราณ และต่อมาราวพุทธศตวรรษที่  ๑๔-๑๖  ผู้คนได้รับอารยธรรมทวารวดี หลักฐานที่บ่งชี้เป็นการปักเสาหินล้อมรอบเพิงหินทราย อันเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาและฮินดูเมื่อหลายพันก่อน การแกะสลักพระพุทธรูปเทวรูปลงบนเพิงหิน ที่สุดยอดไปกว่านั้นคือ ช่วงรอยต่อพุทธศตวรรษที่  ๑๕-๑๘  ยังได้รับอิทธิพลอารยธรรมเขมร หรือลพบุรี พบเทวรูปศิลปะเขมรบริเวณถ้ำพระ ยุคต่อมาราวพุทธศตวรรษที่  ๒๒-๒๓  มีหลักฐานที่ระบุว่าอารยธรรมล้านช้างแผ่ขยายเข้ามาด้วยพบเจอพระพุทธรูปศิลปะสกุลช่างลาวตามถ้ำ และพบการสร้างรอยพระพุทธบาทบัวบก พุทธบาทหลังเต่าในอาณาบริเวณนี้
 

               "มันน่าสนใจมากทั้งลักษณะภูมิประเทศ และกลุ่มโบราณสถานที่วางตัวและแทรกตัวในธรรมชาติอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วยังได้เห็นเทคโนโลยีศิลปะ จากร่องรอยการปรับเปลี่ยนถ้ำหรือเพิงผาใช้สอยเป็นศาสนสถาน นำหินมากั้นเป็นผนัง เราพบวัฒนธรรมซ้อนกันหลายยุคสมัย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ไล่ลงมาทวารวดี ขอม ล้านช้าง แสดงว่าพื้นที่โดดเด่นต่อการอยู่อาศัย ไม่มีการทิ้งร้าง และปัจจุบันอยู่ในสภาพที่ดี" ดร.ทรงธรรม ธรรมวิมล สถาปนิก จากสำนักโบราณคดี กล่าว
 

               ด้าน ธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี ระบุด้วยว่า ภูพระบาทได้รับการประกาศรายชื่อในบัญชีชั่วคราวของมรดกโลก (tentative list) ด้วยคุณสมบัติสำคัญเป็นศาสนสถานในแหล่งของยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีเอกลักษณ์โดดเด่น และสะท้อนคงปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ความเชื่อ และธรรมชาติ เป็นต้นกำเนิดของแนวทางของวัดป่าในภาคอีสาน ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีความสำคัญในระดับสากล ปัจจุบันกรมศิลปากรกำลังจัดทำเอกสารนำเสนอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งหากผ่านการเห็นชอบของอีโคโมสสากล จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ณ เมืองเซาเปาลู ประเทศบราซิล
 

 

               ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า ภูพระบาท แหล่งโบราณคดีที่ตั้งอยู่บนภูเขาหินทรายบนแนวเทือกเขาภูพานของป่าเขือน้ำนี้ จะสามารถขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้หรือไม่ แต่ตลอดเส้นทางที่เดินผ่านมา เพิงหินทุกแห่งที่มีชื่อเกี่ยวกับตำนานรักแสนเศร้าที่เล่าขานกัน อุสา-บารส ไม่ว่าจะเป็นคอกม้าน้อย คอกม้าท้าวบารส ถ้ำฤาษี บ่อน้ำนางอุสา หอนางอุสา วัดพ่อตากับวัดลูกเขย จนกระทั่งหีบศพพ่อตา หีบศพนางอุสา และหีบศพท้าวบารส เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญทางโบราณคดีที่มีเอกลักษณ์พบเจอได้ยากยิ่ง อดคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่า ปีนี้ภูพระบาทน่าจะได้เป็นมรดกโลก
               หอนางอุสาเป็นตัวอย่างเด่นชัด ใบเสมาหินขนาดใหญ่ ๘ ใบที่ปักล้อมรอบโขดหินที่ดัดแปลงด้วยการก่อหินล้อมเป็นห้องขนาดเล็กเอาไว้ที่เพิงหินด้านบน มีประตูและหน้าต่างเล็กๆ ที่ผนัง คนในอดีตใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ ผอ.สำนักโบราณคดีที่มาร่วมนำชมอุทยานบอกนี่คือ โบสถ์กลางแจ้งของวัดป่า เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนามาแต่อดีตกาล ทำให้เราซาบซึ้งไปกับสถานที่ได้ง่าย นักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูพระบาท แนะนำให้เดินชมกลุ่มโบราณสถานให้ทั่ว ไม่เฉพาะหอนางอุสาที่เป็นเอกลักษณ์ของอุทยาน เพราะแต่ละแห่งล้วนน่าสนใจ สวยงาม และสามารถเดินชมได้อย่างสะดวกสบาย เราเที่ยวดูตั้งแต่เช้า และก็ไม่ลืมแวะไปดูพระพุทธบาทบัวบาน และกลุ่มใบเสาหินสลักลวดลายศิลปะทวารวดี-ลพบุรี เพลิดเพลินจนถึงบ่ายจึงกลับออกมา แต่เชื่อว่าจะมีโอกาสได้มาเยี่ยมที่นี่อีก
 

               มาถึงอุดรธานีทั้งที จะเที่ยวดูแค่ภูพระบาทที่เดียวก็คงจะไม่คุ้มค่า เพราะยังมีสถานที่อีกแห่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ใช่ว่าที่มรดกโลก แต่ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกแล้ว นั่นก็คือ บ้านเชียง เพราะว่าบ้านเชียงมีหลักฐานของความสมบูรณ์และความเจริญของพื้นที่ภาคอีสานของไทยเก่าแก่ย้อนหลัง ๕,๖๐๐ ปีมาแล้ว เรื่องราวในประวัติศาสตร์สืบสาวได้จากโครงกระดูกของคนยุคก่อนประวัติศาตร์ หม้อดินเผามากมายที่พบในหลุมศพ ซึ่งมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยลวดลายเขียนสี จนกระทั่งทำให้บ้านเชียงได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
               นี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรามาเยือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียงอีกครั้งและยังได้ร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิในพิพิธภัณฑ์เนื่องในโอกาสเปิดอาคารสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อาคารหลังใหม่ที่กรมศิลปากรได้ปรับปรุงการจัดแสดงนิทรรศการให้ทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้น เราตื่นตาตื่นใจกับหม้อเขียนลายมรดกจากอดีตวัฒนธรรมอายุกว่า ๕,๐๐๐ ปีภายในพิพิธภัณฑ์บ้านเชียง มีนิทรรศการถาวร แบ่งเครื่องปั้นดินเผาเป็นหมวดหมู่ให้ผู้มาชมเรียนรู้พัฒนาการหม้อบ้านเชียงในแต่ละสมัย ตั้งแตสมัยต้น กลาง และปลาย แล้วยังมีส่วนจัดแสดงพระราชกรณียกิจของในหลวงกับบ้านเชียง  พระองค์เสด็จพระราชดำเนินบ้านเชียงปี  ๒๕๑๕  และทอดพระเนตรหลุมขุดค้นด้วยความสนพระราชหฤทัยอย่างมาก
               อีกส่วนจัดแสดงที่นักท่องเที่ยวต้องชื่นชอบ เป็นหุ่นจำลองการทำงานของนักโบราณคดีที่บ้านเชียง หลุมขุดค้นจำลอง ทำเหมือนของจริงมากๆ อีกห้องนิทรรศการที่สำคัญ คือ วัฒนธรรมบ้านเชียงยุคก่อนประวัติศาสตร์ ถ้าเดินชมทั่วจะเห็นภาพคนบ้านเชียงแจ่มชัดขึ้น เพราะมีหุ่นจำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ขาดไม่ได้ คือ ทำหม้อดินเผา เขียนลาย การทำสำริด ตีเหล็ก ทอผ้า ทำได้ดูน่าสนใจทีเดียว เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปหาอดีตเมื่อหลายพันปีก่อนจริงๆ ดูเพลินไปเลยเป็นชั่วโมงไม่เบื่อ คุ้มค่ากับการมาดูมาเห็นมรดกวัฒนธรรมมรดกโลก

ที่มา : http://www.udon-city.com วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓


 ข่าวล่าสุดที่เกี่ยวข้อง
ภูเขาหินภูพระบาททูตวัฒนธรรมมัดใจ“ทูต” (๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๓)
วธ. ดันอุทยานภูพระบาทเป็นมรดกโลก (๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๓)
โครงการวัฒนธรรมสัญจรแหล่งมรดกโลก ณ แหล่งโบราณสถานบ้านเชียง และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (๕ มิถุนายน ๒๕๕๓)
เสนอ แหล่งอนุรักษ์อันดามัน (๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓)
“สิมิลัน” มรดกโลก! ไทยเตรียมเสนอหมู่เกาะสุรินทร์และสิมิลันเป็นมรดกโลก (๒๘ เมษายน ๒๕๕๓)
พิษการเมืองเสนอ "ภูพระบาท" ขึ้นเป็นมรดกโลกช้าอีกปี (๔ เมษายน ๒๕๕๓)
ทำไม...ใครๆ ก็อยากเป็น “มรดกโลก” (๑ มีนาคม ๒๕๕๓)
อีกขั้นของ ภูพระบาท กับการรอเป็น "มรดกโลก" (๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)
ไทยเสนอผาแต้ม-อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นมรดกโลกเพิ่ม (๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)
ความคืบหน้าของโครงการจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอภูพระบาทเป็นมรดกโลก (๑ ธันวาคม ๒๕๕๒)
 
 ติดต่อผู้ดูแลระบบ  |  แผนผังเว็บไซต์  | แลกลิงค์  |  ข้อมูลอ้างอิง  |  สนับสนุนภาพถ่าย
 
กระทรวงวัฒนธรรม
๖๖๖ ชั้น ๑๕ - ๒๓  ถนนบรมราชชนนี  แขวงบางบำหรุ  เขตบางพลัด  กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐  โทรศัพท์ ๐๒ ๔๒๒ ๘๘๘๘
666 Borommaratchachonnani Road, Bang Phlat, Bang Bamru, Bangkok Thailand 10700 Tel. +662 422 8888