 |
| ภาพเขียนสีบางจุดก็ต้องนอนดูแบบนี้ถึงจะเห็นชัด |
คนที่เคยเข้ามาเที่ยวชมความแปลกตาของโขดหินเพิงหินใน ภูพระบาท ใน จ.อุดรธานี อาจมองว่า ก็แค่ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่รังสรรค์มาให้อย่างลงตัว
แต่ด้วยคำเชิญชวนจากสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ที่จัดสัญจร "เส้นทางสู่มรดกโลก...จากภูพระบาท...ถึงบ้านเชียง" เพื่อทำความรู้จักกับ ภูพระบาท แบบเจาะลึกยิ่งขึ้น หลังจากได้รับการประกาศรายชื่อในบัญชีชั่วคราวมรดกโลก (Tentative List) มาหลายปี และขณะนี้กรมศิลปากรก็เตรียมเสนอให้ ภูพระบาท ได้ขึ้นบัญชีเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม อย่างเต็มตัว จะเท่ากับว่า จ.อุดรธานี ก็จะมีแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแหล่ง ถัดจาก แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง
 |
 |
| กู่นางอุสา ที่รายล้อมด้วยเสมาหิน ขณะที่ผนังเหนือห้องขึ้นไป มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ด้วย |
สุดทางที่ ผาเสด็จ เชิงผาสูงที่เหมาะแก่การนั่งชมวิว
|
ภูพระบาท หรือ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะในรูปแบบแหล่งท่องเที่ยวทางศิลป วัฒนธรรมควบคู่ไปกับธรรมชาติ ด้วยลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาหิน ทราย ปกคลุมด้วยป่า เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่โดยทั่ว ซึ่งก้อนหินเหล่านี้ตั้งอยู่ในลักษณะที่แปลกมานานกว่าสหัสวรรษ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
แม้ในทางวิชาการ ก้อนหินแต่ละก้อนสามารถบ่งบอกความเป็นไปในอดีตกาลได้ จากหลักฐานภาพเขียนสีที่ยังปรากฏให้เห็นชัดอยู่ในบางจุด แต่เมื่อมีการนำจินตนาการในรูปของนิทานพื้นบ้านอย่างเรื่อง อุสา-บารส เข้ามาเติมแต่ง ทำให้โขดหินหลากรูปลักษณ์กลับมีสีสันดึงความสนใจของคนในยุคหลังได้ดีกว่า จนนิทานพื้นบ้านอายุไม่กี่ร้อยปีกลับกลายเป็นตำนานสถานที่ไปโดยปริยาย และอาจทำให้คนมองข้าม คุณค่า ที่แท้จริงของภูพระบาท
 |
 |
| หีบศพนางอุสา และหีบศพบารส ตามสูตรตำนานแห่งความรัก |
กลุ่มหินที่ร้อยโยงกับตำนาน อุสา-บารส ได้อย่างลงตัว |
ทั้งที่มรดกทางวัฒนธรรมที่หลงเหลืออยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท แสดงให้เห็นถึงการเจริญขึ้นและเสื่อมลงของประวัติ-ศาสตร์อารยธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภูพระบาท นอกจากเป็นป่าที่ปกคลุมไปด้วยพืชพันธุ์ธรรมชาติที่หลากหลาย เพียงแต่วันที่ไปนั้น ภูพระบาท เพิ่งถูกถล่มอย่างหนักด้วยพายุ ลูกเห็บ จนใบไม้หล่นร่วงเกือบหมดผืนป่า แต่โขดหินและเพิงหินทรายรูปร่างแปลกงามตาที่กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก กลับยังยืนตระหง่านไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว ภูพระบาท ยังเป็นที่เดียวที่มีการทับซ้อนกันอยู่ของวัฒนธรรมหลากหลาย ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ปรากฏให้เห็นจากภาพเขียนสีรูปคนและสัตว์ ตามแนวก้อนหินต่างๆ อาทิ ที่ ถ้ำวัวถ้ำคน มาสู่ยุคประวัติศาสตร์ การรับวัฒนธรรมทวาราวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖ ซึ่งพบได้จากการดัดแปลงโขดหินธรรมชาติให้เป็นศาสนสถาน การปักใบ เสมาหินขนาดใหญ่ล้อมรอบทั้งแปดทิศ ดังที่ปรากฏอยู่ที่ หอนางอุสา กู่นางอุสา เพิงหินนกกระทา ฯลฯ ต่อด้วยวัฒนธรรมเขมรในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ ดังปรากฏประติมากรรมนูนสูงบนผนังหินที่ ถ้ำพระ ที่สลักเป็นรูปบุคคลตามแบบศิลปะเขมร ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นรูปพระโพธิสัตว์ จนมาถึงยุควัฒนธรรมล้านช้าง พุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ ที่มีการสร้างรอยพระพุทธบาท เช่น พระพุทธบาทบัวบก พระพุทธบาทหลังเต่า ฯลฯ
 |
หอนางอุสา เอกลักษณ์อันโดดเด่นของอุทยานฯ ภูพระบาทที่ธรรมชาติช่างรังสรรค์ แล้วคนสมัยก่อนมาต่อเติมก่อหินเพิ่มจนเป็นห้องอย่างที่เห็น |
ดังนั้น จึงเหมาะแล้วหาก ภูพระบาท จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก (ทางวัฒนธรรม) ในเร็ววันนี้...และที่สำคัญกว่าการเป็นมรดกโลกก็คือ การที่ทำให้คนไทยในวันนี้และวันหน้าได้รู้จัก ภูพระบาท มากขึ้น ในฐานะพื้นที่ที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์ แหล่งต้นธารของอารยธรรมแห่งมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเผ่าพันธุ์ในดินแดนที่รวมเรียกว่า สุวรรณภูมิ.
โฟกัส
ทำไมต้องเป็นมรดกโลก...
คำถามง่ายๆ ที่หาคำตอบได้ไม่ยาก เพราะจากคำอธิบายของ คุณวสุ โปษยะนันท์ สถาปนิกระดับชำนาญการพิเศษ กลุ่มวิชาการอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร ระบุไว้ในสาระของประโยชน์และความสำคัญของการเป็นมรดกโลก ตอนหนึ่งว่า...
" ...การเป็นมรดกโลก คือการแสดงถึงความสำคัญสำหรับคนทั้งโลก เพื่อปกปักรักษามรดกที่เป็นหนึ่งไม่มีอะไรทดแทนได้ ในฐานะมรดกของมนุษยชาติทั้งมวล ..."
ดังนั้น การเป็นมรดกโลกนอกจากสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ เป็นเจ้าของแหล่งมรดกโลกนั้นๆแล้ว ในการดำเนินการปกปักรักษาแหล่งมรดกโลก ก็มีโอกาสที่จะได้รับความช่วยเหลือ ความร่วมมือทางการเงิน ทางศิลปะ ทางวิชาการ และ ทางเทคนิค ในระดับระหว่างประเทศ ซึ่งในที่นี้ย่อมรวมไปถึงความช่วยเหลือในการฝึกอบรมหรือศึกษาวิจัย ความช่วยเหลือด้านการศึกษา การสื่อสารข้อมูล และการสร้างจิตสำนึก ฯลฯ...โดยประเทศไทย ปัจจุบันรัฐธรรมนูญกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีหน้าที่ในการปกปักรักษามรดกวัฒนธรรมของชาติ ในเมื่อการเป็นมรดกโลก หมายความว่า จะต้องมีมาตรการในการปกป้องคุ้มครอง ที่เหมาะสมด้วย ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการสนับ สนุนการทำหน้าที่ของประชาชนคนไทย ทำให้ มรดกที่มีคุณค่าของเราได้รับการดูแลอย่างดี
แม้วัตถุประสงค์ของการเป็นมรดกโลก เน้นการปกป้องคุ้มครองมากกว่าเพื่อการ
|