| บันไดต้นทาง |
เป็นจุดเริ่มต้นจากตระพักเขาด้านล่างทางทิศตะวันออกที่ก่อด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ ๓ ชุด สุดบันไดขึ้นมาเป็นชาลารูปกากบาทยกพื้นตรงกลาง สูงกว่าปีกสองข้างเล็กน้อย ปูด้วยศิลาแลง เข้าใจว่าจะเป็นฐานพลับพลารูปกากบาท ซึ่งเป็นซุ้มประตูทางเข้า อาจเป็นพลับพลาโถงสร้างด้วยไม้มุงกระเบื้อง
|
|
| พลับพลา |
เยื้องชาลารูปกากบาทไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีอาคารโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง ๖.๔๐ เมตร ยาว ๒๐.๔๐ เมตร เหลือแต่ฐานก่อด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศใต้รับทางเดินที่ทอดมาจากชาลารูปกากบาทไปยังบันไดขึ้นปราสาท จากตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่ต่อจากฐานกากบาท และอยู่ติดกับทางดำเนินอันเป็นทางเดินหลักเข้าสู่ศาสนสถานบนยอดเขา ทำให้อาจสันนิษฐานได้ว่าอาคารดังกล่าวน่าจะเป็นพลับพลาเปลื้องเครื่อง ใช้เป็นที่พักจัดเตรียมพระองค์ เช่น เปลื้องเครื่องทรงที่แสดงยศศักดิ์ของกษัตริย์ ตลอดจนอาจใช้เป็นที่จัดกระบวนเสด็จในยามที่กษัตริย์เสด็จมาสักการะหรือประกอบพิธีกรรม ณ ศาสนสถานแห่งนี้
|
|
| ทางดำเนิน |
เป็นทางเดินเท้าที่ต่อมาจากทางลงจากชาลารูปกากบาท ที่อาจจะเป็นซุ้มประตูชั้นนอก ทอดไปยังบันไดขึ้นสู่ปราสาท ยาว ๑๖๐ เมตร กว้าง ๙.๒๐ เมตร ปูพื้นด้วยศิลาแลง ขอบเป็นหินทราย มีเสาหินทรายยอดคล้ายดอกบัวตูม สูง ๑.๖๐ เมตร จำนวน ๖๘ ต้น ตั้งเรียงอยู่บนขอบทางเดินเป็นระยะ ๆ ตรงกันทาง ๒ ข้าง |
|
|
|
| สะพานนาคราช |
เป็นจุดเชื่อมทางดำเนิน กับบันไดทางขึ้นปราสาท และทางลงสู่บาราย ผังเป็นรูปกากบาท กว้าง ๘.๒๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ยกพื้นสูง ๑.๕๐ เมตร ด้านหน้าและด้านข้างลดชั้น มีบันไดทำเป็นอัฒจันทร์รูปปีกกาเป็นทางขึ้น ส่วนด้านหลังเป็นชานกว้าง เชื่อมต่อกับบันไดขึ้นปราสาท เสาและขอบสะพานสลักลวดลายงดงาม ราวสะพานทำเป็นลำตัวของพญานาค ๕ เศียรหันหน้าออกแผ่พังพานทั้งสี่ทิศ ลักษณะของเครื่องประดับพญานาคมีรัศมีเป็นแผ่นสลักลายในแนวนอน อันเป็นลักษณะศิลปกรรมแบบนครวัด ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗
|
|
| บันไดขึ้นปราสาท |
ต่อจากสะพานนาคราช อันเป็นจุดเชื่อมแดนแห่งเทพเจ้า เป็นทางเดินขึ้นไปยังลานบนยอดเขาทำเป็นบันไดหินทราย กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๕๒ เมตร สูง ๑๐ เมตร มี ๕ ชั้น ระหว่างบันไดแต่ละชั้นมีชานพักสองข้าง ชานพักทำเป็นฐานสี่เหลี่ยมตั้งเป็นกระพักทั้ง ๕ ชั้น บันไดและชานพักแต่ละชั้นลดหลั่นกันขึ้นไปตามลำดับความสูง ให้ความรู้สึกของยอดเขาที่สูงเสียดยอดขึ้นไปสู่สวรรค์
|
|
| ระเบียงชั้นนอก |
นอกระเบียงคดด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก มีลานโล่งล้อมอยู่โดยรอบห่างจากระเบียงคดด้านทิศเหนือและทิศใต้ออกไปประมาณ ๑๐ เมตร และห่างจากระเบียงคดด้านทิศตะวันตกประมาณ ๒๐ เมตร จะเห็นคล้ายเป็นทางเดินปูพื้นด้วยศิลาแลงขนาดกว้าง ๓.๑๐ เมตร ล้อมอยู่รอบลานแนวทางเดินดังกล่าวหักมุมต่อออกมาทางทิศตะวันออกมาบรรจบกับทางเดินสู่ปราสาทที่เป็นทางเข้ารองทั้งสองข้าง
|
|
| ซุ้มประตู และระเบียงชั้นใน |
ระเบียงคดล้อมเป็นกำแพงชั้นในระเบียงชั้นนี้ก่อเป็นห้องยาวๆ ต่อเนื่องกันเป็นวงกลมรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รอบลานปราสาทคล้ายเป็นทางเดินที่มีผนังกั้นและมีหลังคาคลุม แต่ไม่สามารถเดินทะลุถึงกันได้โดยตลอด เพราะทำผนังกั้นเป็นช่วงๆ ระเบียงทั้งสี่ด้านมีซุ้มประตู (โคปุระ) ทางเข้าสู่ลานปราสาทอยู่ตรงกลางและยังมีประตูข้างอีกด้านละ ๒ ประตู ยกเว้นด้านทิศเหนือมีให้เห็นเพียงประตูเดียวระเบียง ๓ ด้าน คือด้านทิศตะวันออก ทิศเหนือ และทิศใต้ ยกเว้นด้านทิศตะวันตก มีหน้าต่างเปิดสู่ลานชั้นใน ส่วนผนังด้านนอกทำเป็นหน้าต่างหลอกไว้ทั้งสี่ด้าน |
|
|
|
|
| ปรางค์ประธาน |
|
เป็นสถาปัตยกรรมหลักที่สำคัญที่สุด ตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ขนาดกว้าง ๘.๒๐ เมตร สูง ๒๗ เมตร มีมุข ๒ ชั้น ทางด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก ส่วนทางแนวด้านหน้า คือทิศตะวันออกทำเป็นห้องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เรียกว่า มณฑป ขนาด ๘ x ๑๐ เมตร โดยมีฉนวนเชื่อม และยังมีมุขเล็ก ๆ อยู่ทางด้านหน้าของมณฑปอีกทีหนึ่ง ส่วนต่าง ๆ ทั้งหมดของปรางค์ประธาน ตั้งอยู่บนฐานเตี้ย ๆ ๒ ชั้น ย่อมุมรับกันกับอาคาร ลักษณะแผนผังเช่นนี้มีอายุอยู่ ในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ๑๗ เหมือนกันกับแผนผังของปราสาทพิมาย |
|
|
| ปรางค์น้อย |
ตั้งอยู่ใกล้กับปรางค์ประธานด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ สร้างเป็นปรางค์สี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมขนาด ๖ x ๖ เมตร ความสูงปัจจุบัน ๕.๕ เมตร ไม่มีส่วนยอด เข้าใจว่าเมื่อมีการก่อสร้างในสมัยหลังคงจะรื้อเอาหินส่วนยอดปรางค์องค์นี้ ซึ่งขณะนั้นอาจอยู่ในสภาพที่พังลงมาบ้างแล้วไปใช้ ปรางค์องค์นี้ก่อด้วยหินทรายกรุผนังด้านในด้วยศิลาแลงมีประตูเข้าได้ทางเดียว คือทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้า ส่วนด้านอื่น ๆ ก่อเป็นผนังทึบแต่สลักเป็นประตูลอกเลียนแบบประตูเครื่องไม้ มีลวดลายจำหลักบนทับหลังตรงกับศิลปะขอมแบบบาปวนและเกลียง ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖ |
|
|
|
|
|
| ปรางค์อิฐ ๒ หลัง |
ใกล้ ๆ กับปราสาทประธาน ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีฐานปรงค์ก่อด้วยอิฐอยู่ ๒ องค์ องค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก อีกองค์หันหน้าไปทางทิศใต้ แต่เดิมอาจจะถูกรื้อเสียเมื่อมีการก่อสร้างปรางค์ประธานองค์ใหญ่ ปรางค์อิฐ ๒ หลังนี้มีเสาประดับกรอบประตูที่ทำด้วยหินทราย น่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ และพบประติมากรรมหินทราย ๒ รูป มีลักษณะศิลปะที่มีอายุใกล้เคียงกัน จึงกล่าวว่าปรางค์อิฐคงจะสร้างขึ้นในช่วงเวลานั้น นับเป็นสถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าที่สุดที่เหลืออยู่
|
|
|
| สะพานนาคราช ช่วงที่ ๒ |
สุดถนนกลางซึ่งเป็นทางเข้าหลักมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนที่จะถึงซุ้มประตูกลางระเบียงชั้นใน สะพานนาคราชช่วงนี้ยกระดับสูง ๑.๒๐ เมตร ผังและรูปแบบเหมือนกับสะพานนาคราชช่วงที่ ๑ แต่มีขนาดย่อมกว่า คือกว้าง ๕.๒๐ เมตร ยาว ๑๒.๔๐ เมตร ที่ศูนย์กลางบนพื้นศิลาของสะพานสลักรูปดอกบัวบาน ๘ กลีบ อยู่ในวงกลมล้อมรอบด้วยเส้นคู่ขนานตัดกันไปตามผังรูปกากบาทเช่นเดียวกัน มีทางขึ้นเป็นอัฒจันทร์รูปปีกกา ๓ ด้าน เชื่อมต่อกับซุ้มประตูกลางของระเบียงชั้นในของปราสาท |
|
กลับไปด้านบนสุด |